การค้นหาขั้นสูง

หมวดหมู่
ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 3 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดรับสมัครผู้ประกอบการเข้าร่วม  “กิจกรรม ReBoostภายใต้โครงการฟื้นฟูธุรกิจ และเสริมความแข็งแกร่ง SMEs (Rebuild SMEs) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569”
ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 3 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดรับสมัครผู้ประกอบการเข้าร่วม “กิจกรรม ReBoostภายใต้โครงการฟื้นฟูธุรกิจ และเสริมความแข็งแกร่ง SMEs (Rebuild SMEs) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569”
💥ธุรกิจกำลังประสบปัญหา? ยอดขายลดลง ต้นทุนเพิ่มขึ้น? ถึงเวลาฟื้นฟูธุรกิจ และเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจของคุณ 🚀 ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 3 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดรับสมัครผู้ประกอบการเข้าร่วม “กิจกรรม ReBoostภายใต้โครงการฟื้นฟูธุรกิจ และเสริมความแข็งแกร่ง SMEs (Rebuild SMEs) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569” สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่ต้องการ ✅ ฟื้นฟูกิจการให้กลับมาแข็งแรง ✅ เพิ่มยอดขาย ลดต้นทุน และปรับระบบธุรกิจ ✅ ยกระดับการบริหารให้ทันต่อการแข่งขัน ✅ มีผู้เชี่ยวชาญช่วยวิเคราะห์ปัญหาแบบ “จับมือทำ” 📌 สิ่งที่ผู้เข้าร่วมจะได้รับ 🔴 การประเมินและวิเคราะห์ปัญหาโดยผู้เชี่ยวชาญ 🔴 รับคำปรึกษาแนะนำเบื้องต้น เพื่อปรับปรุงระบบบริหารและการดำเนินงาน 🔴 แนวทางการพัฒนาธุรกิจตามแผนการเสริมแกร่ง SMEs จำนวน 1 แผน (Production&Management, Marketing&Sale, Finance&Account, HRM&HRD, Standard, Digital Transformation, Product&Packaging, Energy&Environment) 🔴 โอกาสได้รับการคัดเลือกเป็น Success Case 🌟 เปิดรับผู้ประกอบการในพื้นที่ พิจิตร นครสวรรค์ กำแพงเพชร อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี ลพบุรี และอ่างทอง 🔥 รับจำนวนจำกัด เพียง 10 กิจการ 📌 สมัครฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย 🗓 สมัครได้ตั้งแต่วันนี้ – 20 พฤษภาคม 2569 📲 สมัครออนไลน์ https://forms.gle/V6YCHB7BZHQz94ox8 ☎️ สอบถามเพิ่มเติม 092 284 1712 (รัฐิยา) 095-6093-5647 (วรพจน์)
14 พ.ค. 2569
DIPROM CENTER 3 "วัดผลความสุขด้วยเทคโนโลยี Biofeedback  ปั้น SME กำแพงเพชรสู่มาตรฐานองค์กรแห่งความสุข"  ระหว่างวันที่ 5–6 พฤษภาคม
DIPROM CENTER 3 "วัดผลความสุขด้วยเทคโนโลยี Biofeedback ปั้น SME กำแพงเพชรสู่มาตรฐานองค์กรแห่งความสุข" ระหว่างวันที่ 5–6 พฤษภาคม
🎯DIPROM CENTER 3 "วัดผลความสุขด้วยเทคโนโลยี Biofeedback 🏆ปั้น SME กำแพงเพชรสู่มาตรฐานองค์กรแห่งความสุข" 📅 ระหว่างวันที่ 5–6 พฤษภาคม 2569 นางสาววิตรี ทาจ๋อย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 3 มอบหมายให้ นางสาวรัฐิยา เล้าวงษ์ นักวิชาการอุตสาหกรรมชำนาญการ นายยืนยง รักพวงทอง นักวิชาการอุตสาหกรรมปฏิบัติการ และนางสาววิมลวรรณ มั่นเพ็ง นักวิชาการอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ติดตามและประสานการดำเนินกิจกรรมในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร ดังนี้ 📍 วันอังคารที่ 5 พฤษภาคม 2569 ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานตามมาตรฐานองค์กรแห่งความสุข (มอส.) ณ บริษัท อินเตอร์ อโกร เทค (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อประเมินการดำเนินงาน พร้อมให้คำแนะนำเชิงวิชาการในการพัฒนาและปรับปรุงกิจกรรมให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์มาตรฐานองค์กรแห่งความสุข 📍 วันพุธที่ 6 พฤษภาคม 2569 จัดอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร “การส่งเสริมสุขภาวะทางจิต (Happy Heart และ Happy Relax)” ภายใต้โครงการ SMEs Happy and Productive Workplace (SHAP) ณ บริษัท อินเตอร์ อโกร เทค (ประเทศไทย) จำกัด โดยได้รับเกียรติจาก นางสาวอาทิตนันท์ สมิงนิล นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ เป็นวิทยากรบรรยาย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากศูนย์สุขภาพจิตที่ 3 กรมสุขภาพจิต ช่วยในการฝึกปฏิบัติการใช้เทคนิค Biofeedback ซึ่งมีผู้บริหารและพนักงานเข้าร่วมอบรม จำนวน 44 คน 🧠 การอบรมมุ่งเน้นการเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพจิต การสร้างความมั่นคงทางอารมณ์ และแนวทางป้องกันปัญหาสุขภาพจิตในสถานประกอบการ เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของบุคลากร 🛠️ นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมได้ฝึกปฏิบัติการใช้เทคนิค Biofeedback ซึ่งเป็นกระบวนการประเมินและติดตามปฏิกิริยาของร่างกายที่เกิดจากความเครียด โดยสามารถตรวจวัดข้อมูลสำคัญ เช่น อัตราการเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต อุณหภูมิผิวหนัง ความชื้นของผิวหนัง คลื่นสมอง และการทำงานของกล้ามเนื้อ เพื่อประเมินระดับความเครียด ความสมดุลของระบบประสาทอัตโนมัติ รวมถึงสุขภาพหลอดเลือดและการไหลเวียนโลหิต อันจะช่วยให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถเรียนรู้การจัดการอารมณ์และควบคุมภาวะทางร่างกายได้อย่างเหมาะสม ✅ การดำเนินกิจกรรมดังกล่าวส่งผลให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำความรู้และทักษะที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิตของตนเอง ลดความเครียดในที่ทำงาน เสริมสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดี และเพิ่มผลิตภาพขององค์กรได้อย่างยั่งยืน
08 พ.ค. 2569
ประชาสัมพันธ์สินเชื่อกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
ประชาสัมพันธ์สินเชื่อกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
ประชาสัมพันธ์สินเชื่อกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 วัตถุประสงค์ เพื่อเสริมเกราะป้องกันให้ธุรกิจ เพิ่มสภาพคล่องและเดินหน้าอย่างแข็งแกร่ง ฝ่าได้ทุกอุปสรรคในธุรกิจ (รายละเอียดสินเชื่อเป็นไปตามที่กองทุนกำหนด) เปิดรับคำขอสินเชื่อในระบบ https://thaismefund.com/ สมัครสมาชิกในระบบ https://i-next.industry.go.th/ ตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน 69 จนถึง 30 มิถุนายน 69 หรือจนกว่าวงเงิน สินเชื่อกองทุนจะหมด แจ้งประกาศหลักเกณฑ์การให้สินเชื่อของกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ และ ประกาศสำนักงานกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ เรื่อง การรับสมัครและคัดเลือกเอสเอ็มอีเข้าร่วมโครงการสินเชื่อของกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ พ.ศ. 2569 ดังนี้ 1) สินเชื่อเพื่อเพิ่มขีดความสามารถธุรกิจ เสือติดปีก (รอบที่ 2) กรอบวงเงิน 1,000 ล้านบาท วัตถุประสงค์ เพื่อยกระดับติดปีกธุรกิจคุณให้ผงาด ใช้ในการลงทุน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถพัฒนานวัตกรรม หรือปรับปรุงเทคโนโลยีของธุรกิจ (รายละเอียดสินเชื่อเป็นไปตามที่กองทุนกำหนด) 2) สินเชื่อเสริมสภาพคล่องธุรกิจ คงกระพัน (รอบ 2) กรอบวงเงิน 500 ล้านบาท วัตถุประสงค์ เพื่อเสริมเกราะป้องกันให้ธุรกิจ เพิ่มสภาพคล่องและเดินหน้าอย่างแข็งแกร่ง ฝ่าได้ทุกอุปสรรคในธุรกิจ (รายละเอียดสินเชื่อเป็นไปตามที่กองทุนกำหนด) เปิดรับคำขอสินเชื่อในระบบ https://thaismefund.com/ สมัครสมาชิกในระบบ https://i-next.industry.go.th/ ตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน 69 จนถึง 30 มิถุนายน 69 หรือจนกว่าวงเงินสินเชื่อกองทุนจะหมด ในการนี้ เพื่อให้การดำเนินงานขับเคลื่อนในการสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือด้านสินเชื่อแก่เอสเอ็มอีในโครงการสินเชื่อเพื่อเพิ่มขีดความสามารถธุรกิจ (เสือติดปีก) รอบ 2 โครงการสินเชื่อเสริมสภาพคล่องธุรกิจ (คงกระพัน) รอบ 2 เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและบรรลุวัตถุประสงค์ในการสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่ได้รับการส่งเสริมและพัฒนาให้มีศักยภาพได้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนในพื้นที่จังหวัดพิจิตร ติดต่อเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมจังหวัดพิจิตร (ชั้น 2) สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพิจิตร หรือติดต่อ นางสาวสิรภัทร ไตรยุทธรงค์ เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป โทรศัพท์ 056-039940 ต่อ 4 หรือ โทร 088-9341666 ID Line : Somppk
06 พ.ค. 2569
เปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมกิจกรรม กิจกรรมการยกระดับโมดูลการพัฒนา อุตสาหกรรมเศรษฐกิจ เชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ
เปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมกิจกรรม กิจกรรมการยกระดับโมดูลการพัฒนา อุตสาหกรรมเศรษฐกิจ เชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ
👉 ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 3 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม 📢 ขอเชิญขอเชิญชวนผู้ประกอบการกลุ่มวิสาหกิจชุมชน/ ผู้ประกอบการ OTOP หรือผู้ประกอบการชุมชน ที่ขึ้นทะเบียน OTOP 🔶️พื้นที่ 8 จังหวัด ประกอบด้วย ✅️ พิจิตร ✅️ กำแพงเพชร ✅️นครสวรรค์ ✅️อุทัยธานี ✅️ ชัยนาท ✅️สิงห์บุรี ✅️ลพบุรี ✅️อ่างทอง 🔶️ สมัครเข้าร่วม กิจกรรมการยกระดับโมดูลการพัฒนาอุตสาหกรรมเศรษฐกิจเชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ 🔶️ คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ 1. ผู้ประกอบการ OTOP หรือผู้ประกอบการชุมชนที่ขึ้นทะเบียนในพื้นที่ 8 จังหวัด 2. เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ตามวัตถุประสงค์ของโครงการ 3. มีความพร้อมในการร่วมกิจกรรม ตามวันและเวลาที่กำหนด 🔶️สาขาอุตสาหกรรมเป้าหมาย 1. อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปและอาหารแปรรูป 2. อุตสาหกรรมแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ 3. อุตสาหกรรมสาขาอื่น ๆ อาทิ งานหัตถศิลป์ หัตถกรรม 🚩 ฟรี ‼️ ‼️ ไม่มีค่าใช้จ่าย รับจำนวนจำกัดเพียง 5 กลุ่ม/กิจการ) เท่านั้น ลงทะเบียนสมัครได้ตั้งแต่บัดนี้ ถึง 15 พฤษภาคม 2569 🔷️ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 👉 ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 3 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นางสาววิมลวรรณ มั่นเพ็ง โทรศัพท์ 082 401 2298 🔷️ เจ้าหน้าที่ประสานงานโครงการฯ คุณชื่นฤทัย เอกธรรมทัศน์ โทรศัพท์ 091-0794868
05 พ.ค. 2569
ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 3 ขอเชิญชวนผู้ประกอบการ SMEs และวิสาหกิจไทย เข้าร่วมกิจกรรมอัปเกรดขีดความสามารถทางการแข่งขัน
ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 3 ขอเชิญชวนผู้ประกอบการ SMEs และวิสาหกิจไทย เข้าร่วมกิจกรรมอัปเกรดขีดความสามารถทางการแข่งขัน
🚀 พลิกโฉมธุรกิจไทย บุกตลาดออนไลน์ด้วยพลัง AI และ Digital Marketing! 🤖📈 ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 3 ขอเชิญชวนผู้ประกอบการ SMEs และวิสาหกิจไทย เข้าร่วมกิจกรรมอัปเกรดขีดความสามารถทางการแข่งขัน ในยุคที่ "ข้อมูล" และ "ปัญญาประดิษฐ์" คือกุญแจสำคัญสู่ชัยชนะ! ✨ ไฮไลต์ที่คุณไม่ควรพลาดในโครงการนี้: - AI-Powered Strategy: วางแผนกลยุทธ์การตลาดที่แม่นยำด้วยเทคโนโลยี AI ช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าและเทรนด์ตลาด 🧠 - Content Revolution: เรียนรู้การใช้ AI ช่วยสร้างสรรค์คอนเทนต์และสื่อมัลติมีเดียที่ดึงดูดใจ ประหยัดเวลา และเพิ่มยอดขาย 🎬 - E-Commerce Mastery: เจาะลึกการบริหารจัดการร้านค้าออนไลน์บน Social Media และ E-Marketplace อย่างเป็นระบบ 🛒 Competitive Advantage: สร้างความได้เปรียบทางการ แข่งขันด้วยเครื่องมือดิจิทัลที่ทันสมัยที่สุดในปัจจุบัน 🏆 🎯 โครงการนี้เหมาะสำหรับ: - ผู้ประกอบการที่ต้องการขยายช่องทางขายออนไลน์ให้โตอย่างก้าวกระโดด 📈 - ธุรกิจที่ต้องการลดต้นทุนการตลาดแต่เพิ่มประสิทธิภาพด้วย AI 💡 - วิสาหกิจที่ต้องการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งในโลกยุคดิจิทัล 🌐 📅 กำหนดการและสถานที่ รับสมัครตั้งแต่วันนี้ - [22 เมษายน – 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2569] จัดกิจกรรมโดย: ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 3 (จ.พิจิตร) สิทธิพิเศษ: เข้าร่วมโครงการโดยไม่มีค่าใช้จ่าย (ตามเงื่อนไขที่กำหนด) 📩 ลงทะเบียนเพื่อรับการประเมินเบื้องต้นได้ที่: 📍[https://docs.google.com/forms/d/1ELFTTMmJ59ESw6WlaLZUGy9Dz9GgEJIUkExdbHqpOaE] 📞 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม: ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 3 โทร 0 5603 9942 ต่อ 3302 🌐 ติดตามข่าวสาร: https://ipc3.dip.go.th/th/ หรือ https://www.facebook.com/DIPROMCENTER3 "อย่าปล่อยให้ธุรกิจของคุณล้าหลัง เริ่มต้นวางแผนบุกตลาดด้วย AI ตั้งแต่วันนี้!"
05 พ.ค. 2569
“DIPROM Center 3 ขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจฐานรากสู่สากล เปิดเวทีเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยพบผู้ส่งออก (Buyer) ยกระดับสินค้าเกษตรและนวัตกรรมสู่ Future Economy”
“DIPROM Center 3 ขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจฐานรากสู่สากล เปิดเวทีเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยพบผู้ส่งออก (Buyer) ยกระดับสินค้าเกษตรและนวัตกรรมสู่ Future Economy”
“DIPROM Center 3 ขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจฐานรากสู่สากล เปิดเวทีเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยพบผู้ส่งออก (Buyer) ยกระดับสินค้าเกษตรและนวัตกรรมสู่ Future Economy” จังหวัดนครสวรรค์ วันที่ 2 พฤษภาคม 2569 นางสาวิตรี ทาจ๋อย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 3 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Center 3) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตามนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากสู่สากล จัดกิจกรรม “ทดสอบตลาดผลิตภัณฑ์ (Market Testing)” เพื่อเปิดพื้นที่ตลาดจริงให้ผู้ประกอบการไทยได้นำเสนอสินค้าและนวัตกรรม พร้อมทั้งสร้างโอกาสในการเชื่อมโยงทางธุรกิจกับผู้ซื้อ (Buyer) และคู่ค้าเชิงพาณิชย์ อันจะนำไปสู่การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและการขยายโอกาสทางการค้าสู่ทั้งในและต่างประเทศ การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการให้สามารถปรับตัวได้อย่างสอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจอนาคต (Future Economy) โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้เรียนรู้พฤติกรรมผู้บริโภคจากสถานการณ์จริง ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบสนองต่อความต้องการของตลาด ทั้งในกลุ่มสินค้าอาหารแห่งอนาคต (Future Food) ผลิตภัณฑ์ชีวภาพ (Bio-based) และสินค้าเกษตรแปรรูป/สมุนไพร ซึ่งล้วนเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในการเติบโตและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ในระยะยาว นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้พบปะผู้ซื้อ (Buyer) และคู่ค้าทางธุรกิจโดยตรง พร้อมทั้งขยายโอกาสเชื่อมโยงแหล่งเงินทุนร่วมกับสถาบันการเงิน SME D Bank อันเป็นกลไกสำคัญในการขยายเพิ่มช่องทางการตลาด สร้างเครือข่ายทางธุรกิจ และต่อยอดสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม ไฮไลท์สำคัญของงาน : การเปิดเวทีให้ผู้ประกอบการได้เข้าถึงผู้ซื้อ (Buyer) จริง ผ่านกิจกรรมเจรจาธุรกิจ (Business Matching) ซึ่งมุ่งสร้างโอกาสในการเกิดดีลทางการค้า ขยายตลาด และต่อยอดสู่การส่งออกทั้งในและต่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรม การดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้ มีผู้ประกอบการเข้าร่วมจำนวนทั้งสิ้น 10 ราย และมีผู้ซื้อ (Buyer) ร่วมเจรจาธุรกิจ จำนวน 5 บริษัท โดยคาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 6 เดือน นางสาวิตรี ทาจ๋อย กล่าวทิ้งท้ายว่า “ดีพร้อมเซ็นเตอร์ 3 มีความมุ่งมั่นในการส่งเสริมผู้ประกอบการไทยและพร้อมที่จะเป็นพี่เลี้ยง สร้างโอกาสในการเข้าถึงตลาดจริงและเชื่อมโยงกับผู้ซื้อได้โดยตรง ซึ่งจะเป็นการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว”
05 พ.ค. 2569
DIPROM CENTER 3 ร่วมเปิดงาน “DIPROM PLUS @ DC8 เปิดบ้านสุพรรณ ปั้นอุตสาหกรรมชุมชน
DIPROM CENTER 3 ร่วมเปิดงาน “DIPROM PLUS @ DC8 เปิดบ้านสุพรรณ ปั้นอุตสาหกรรมชุมชน
DIPROM CENTER 3 ร่วมเปิดงาน “DIPROM PLUS @ DC8 เปิดบ้านสุพรรณ ปั้นอุตสาหกรรมชุมชน วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 นางสาวิตรี ทาจ๋อย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 3 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมงาน “DIPROM PLUS @DC8 เปิดบ้านสุพรรณ ปั้นอุตสาหกรรมคู่ชุมชน” โดยมี นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “DIPROM PLUS @DC8 เปิดบ้านสุพรรณ ปั้นอุตสาหกรรมคู่ชุมชน” ภายใต้ศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม พัฒนาศักยภาพ ยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมอาหารไทย ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ซึ่งจัดขึ้นโดยศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 8 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม โดยมี นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรีกล่าวต้อนรับ และ ดร. ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวรายงาน พร้อมด้วย อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ผู้บริหารภาครัฐ และเอกชน เข้าร่วม ซึ่งกิจกรรมวันนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างการมีส่วนร่วม ถ่ายทอดองค์ความรู้ และเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ทำให้กลุ่มเป้าหมาย เข้าถึงบริการและเครื่องมือสนับสนุนได้อย่างทั่วถึง พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ศักยภาพหน่วยงาน และบริการให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างยิ่งขึ้นในรูปแบบ Open House ซึ่งแบ่งเป็น 4 โซนกิจกรรม ดังนี้ 1. โซนตลาดนัดอุตสาหกรรมชุมชน ซึ่งเป็นพื้นที่แสดงและจำหน่ายสินค้าอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม จำนวนกว่า 30 ร้านค้า พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับสภาอุตสาหกรรม 2. โซนนิทรรศการแสดงผลงาน จัดแสดงบริการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการนำเสนอความสำเร็จของผู้ประกอบการ (Growth Icons) และการเชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตร เช่น สถาบันการเงินและหน่วยงานสนับสนุน SME 3. โซนศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม (ITC) มุ่งเน้นการสาธิตกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงนวัตกรรม (Product Innovation) เครื่องสกัดด่วน เครื่องระเหยข้น แปรรูปน้ำมะพร้าวน้ำหอม เป็นน้ำมะพร้าวน้ำหอมสกัด เครื่องอบลมร้อน แปรรูปผำสด เป็นผำแห้ง เครื่องปั่นบดละเอียด แปรรูปข้าว เป็นแป้งข้าว สำหรับเป็นส่วนผสมทำขนม เบเกอรี่ เครื่องสเปรดราย์ แปรรูปน้ำมะพร้าวน้ำหอม เป็นน้ำมะพร้าวน้ำหอมพร้อมชงดื่ม การจัดแสดงแนวคิดการให้บริการ และการนำเสนอผลิตภัณฑ์ต้นแบบ 8 พร้อมพัฒน์ (8 PROM PLUS) พร้อมส่งเสริมมาตรฐานการผลิตที่สอดคล้องกับข้อกำหนด GMP 4. โซนฝึกอบรมให้ความรู้ ซึ่งจัดหลักสูตร “เทคโนโลยี นวัตกรรมแปรรูปอาหาร เพื่อชุมชน” เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการให้มีความพร้อมในการดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพและทันสมัย ด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ศูนย์นวัตกรรมอาหารชุมชนภายใต้ศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม เปรียบเสมือน “บ้านหลังใหม่” ที่รวบรวมบริการแบบ One Stop Service ครอบคลุมทุกมิติ เพื่อสนับสนุนและยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารชุมชนซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ อีกทั้งยังเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ นวัตกรรม และประสบการณ์ระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการ ช่วยเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมืออย่างเป็นระบบ และเปิดโอกาสในการต่อยอดทางธุรกิจ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน สามารถแข่งขันได้ในตลาด ตลอดจนช่วยขยายช่องทางการตลาด กระตุ้นการลงทุน และเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
05 พ.ค. 2569