โทรศัพท์ 1358
Advanced Search

Category
VTR แนะนำศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่3
VTR แนะนำศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่3
มาทำความรู้จักกันแบบจริงจังดีกว่า"ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่3"ให้อะไรเจ๋งๆกับคุณบ้าง https://www.youtube.com/watch?v=FQcJxfKEwls&t=1s #ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่3
03 ก.ย. 2018
3 เทรนด์ ผู้บริโภคที่แบรนด์ไม่ควรมองข้าม ในยุคที่ใครๆ ก็อยากมีชีวิตที่ดีขึ้น
3 เทรนด์ ผู้บริโภคที่แบรนด์ไม่ควรมองข้าม ในยุคที่ใครๆ ก็อยากมีชีวิตที่ดีขึ้น
3 เทรนด์ ผู้บริโภคที่แบรนด์ไม่ควรมองข้าม ในยุคที่ใครๆ ก็อยากมีชีวิตที่ดีขึ้น ผลสำรวจของบริษัทวิจัยการตลาดระดับโลกอย่างมินเทล (MINTEL) ประเทศสิงคโปร์ ระบุว่า ผู้บริโภคชาวไทยกำลังมองหาวิธีที่จะปฏิวัติตนเองให้ดีขึ้นกว่าเดิม จากการสำรวจกลุ่มผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตจำนวน 1,500 ราย อายุตั้งแต่ 16 ปีขี้นไป ตามเมืองใหญ่ทั่วประเทศ ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2018 ที่ผ่านมา พบว่า ผู้บริโภค 4 ใน 5 หรือ 79% ต้องการมีโภชนาการที่ดีขึ้นในปี 2018 ขณะที่ 3 ใน 4 หรือ 76% อยากมีชีวิตสมดุล และ 73% ตั้งใจจะหันมาออกกำลังกายให้มากขึ้น “จำนวนรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น และการขยายตัวของเมือง ทำให้ผู้บริโภคในประเทศไทยเริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพของตัวเองและดูแลตัวเองในมิติต่างๆ กันมากขึ้น โดยมีเป้าหมายสำคัญไปสู่การเป็นคนใหม่ที่ดียิ่งขึ้น หรือกลายเป็น Better Version ของตัวเอง ทำให้เกิดเป็นกระแสในการดูแลตัวเองในหลายๆ ด้าน รวมทั้งมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างเพื่อทำให้เป็นผลดีต่อตัวเองมากขึ้น ทั้งในเชิงสุขภาวะร่างกาย อารมณ์และสุขภาพจิตใจ ซึ่งผู้บริโภคชาวไทยไม่เพียงแต่หันหลังให้พฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ ในอดีต แต่กลับเริ่มหันมาใส่ใจในเรื่องของการบริโภคมากขึ้น และเริ่มมีความตระหนักมากยิ่งขึ้นต่อสิ่งที่กำลังจะรับประทานเข้าไปหรือการดูแลร่างกายต่างๆ” ข้อมูลจาก มร. เดลอน หวัง Trends Manager มินเทล เอเชียแปซิฟิก พร้อมฉายภาพเพิ่มเติมว่า จากการสำรวจมีแนวโน้มว่า คนไทยเกือบครึ่งหนึ่ง หรือราว 48% ตั้งใจที่จะเริ่มปฏิวัติวิถีการบริโภคของตัวเองในอีก 12 เดือนข้างหน้า เพื่อให้มีสุขภาพที่ดีขึ้น โดยในกลุ่มผู้บริโภคเหล่านี้มีถึง 90% ที่ระบุว่า จะรับประทานผลไม้รวมถึงผักต่างๆให้มากขึ้น ขณะที่อีก 53% วางแผนที่จะลดการบริโภคเนื้อสัตว์ รวมทั้ง 45% ที่ตั้งใจจะใช้ชีวืตตามแนวทางแบบชีวจิตร หรือมังสวิรัติ 3 เทรนด์สำคัญ โอกาสของแบรนด์ เป้าหมายและความตั้งใจของผู้บริโภคคนไทยที่เห็นได้จากการสำรวจในครั้งนี้ สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกับทั่วโลก และทำให้มองเห็นโอกาสและเทรนด์สำคัญ ที่เป็น Effect จากการที่ผู้บริโภคมีความต้องการทั้งในการบริโภค หรือช่วยอำนวยความสะดวก เพื่อให้สามารถไปสู่เป้าหมายในการเป็นคนที่ดีกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นการเลือกบริโภคผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่มีส่วนผสมจากวัตถุดิบที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ หรือมีส่วนผสมจากธรรมชาติ การเลือกช่องทางสื่อสารที่จะทำให้สามารถได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ตามต้องการ หรือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ช่วยลดความเสี่ยงทางด้านสุขภาพทั้งกายและใจลง ขณะที่ฟากของผู้ประกอบการหรือแบรนด์ต่างๆ สามารถนำข้อมูลจากการวิจัยครั้งนี้ เพื่อนำไปเป็นข้อมูลในการผลิตสินค้าหรือบริการต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับสิ่งที่ผู้บริโภคกำลังมองหาและมีความต้องการ โดยมองเห็น 3 เทรนด์สำคัญ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อแบรนด์ต่างๆ เมื่อคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ในการนำเสนอสินค้าและบริการให้กับผู้บริโภค เพื่อมีโอกาสที่จะเป็นทางเลือกกับผู้บริโภคในปัจจุบันได้ดีมากยิ่งขึ้น โดยทั้ง 3 เทรนด์ใหญ่ ที่ทางมินเทลนำเสนอเพื่อเป็นโอกาสสำหรับแบรนด์ในการผลิตสินค้าและบริการต่างๆ เพื่อพิชิตใจผู้บริโภคคนไทยได้มากขึ้นนี้ ประกอบด้วย 1. Customization : ผู้บริโภคชาวไทยถวิลหาความพิเศษเฉพาะบุคคล ข้อมูลจากงานวิจัยครั้งนี้พบว่า การออกแบบสินค้าหรือบริการเฉพาะบุคคล จะเป็นกุญแจสำคัญในการบริโภค และยังนำมาซึ่งความรู้สึกนึกคิดเชิงบวกต่อชีวิตประจำวันเช่นเดียวกัน ขณะที่เริ่มมองเห็นรูปแบบในการออกแบบสินค้าและบริการที่เป็น Customization ในสินค้าที่อยู่ในชีวิตประจำวันเพิ่มมากขึ้น จากที่ก่อนหน้านี้จะอยู่ในกลุ่มสินค้า Luxury เป็นส่วนใหญ่ โดยปัจจัยนี้ติดอยู่ใน 1 ใน 5 ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคในยุคนี้มากที่สุดด้วย โดยพบว่า จำนวน 41% ของกลุ่มตัวอย่าง หรือ 2 ใน 5 ของผู้บริโภคคนไทยในเมืองใหญ่ พึงพอใจกับแบรนด์ที่ทำให้พวกเขามีโอกาสในการเลือกสินค้า และบริการที่เหมาะกับเขาจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าหรือบริการ โดยจะมองว่าสินค้าเหล่านี้ตอบโจทย์และคุ้มค่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มสินค้าประเภทอาหาร ที่ปัจจัยในเรื่องนี้มีผลต่อการตัดสินใจถึง 67% ตามมาด้วยสินค้าสุขภาพหรือฟิตเนส ที่ 63% ส่วนในกลุ่มสินค้าด้านความสวยความงาม พบว่าจำนวนถึง 51% ชอบให้สินค้าและบริการออกแบบเฉพาะเจาะจงกลุ่มผู้บริโภคที่หลากหลาย เช่นเดียวกันกับสินค้าประเภทความสวยงามรวมทั้งกลุ่ม Personal Care ด้วย ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคจะคำนึงถึงในการซื้อสินค้าที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวัน พบว่า 63% มุ่งเน้นการซื้อสินค้าคุณภาพ, 48% ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าที่ความสะดวก, 38% เลือกซื้อที่ราคา, 37% จะดูที่ความทนทาน และมีผู้บริโภคถึง 29% ที่เลือกซื้อสินค้าที่ถูกออกแบบมาเฉพาะกลุ่มบุคคล หรือ Customization นั่นเอง 2. Technology & Digital : การบริโภคยุคดิจิทัล โลกดิจิทัลเข้ามามีบทบาทสำคัญในการวางกรอบแนวคิดในเรื่องของการบริโภคข้อมูลข่าวสาร และสร้างอิทธิพลต่อผู้บริโภคชาวไทย โดยงานวิจัยของมินเทลระบุว่า 63% ของผู้บริโภคชาวไทยเลือกซื้อสินค้าและบริการที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพจากข้อมูลออนไลน์เป็นหลัก ในขณะที่มากกว่าครึ่ง หรือ 54% เลือกซื้อตามอิทธิพลของสังคมออนไลน์ โซเชียลมีเดียหรือตามบล็อกเกอร์ นอกจากนั้น อีก 59% ระบุว่าสินค้าประเภทความสวยความงามได้รับอิทธิพลมาจากสังคมออนไลน์และบล็อกเกอร์มากที่สสุด และท้ายที่สุด 56% ระบุว่าพวกเขาค้นหาข้อมูลผ่านออนไลน์ และการ Search Engine แต่ถึงแม้ว่าโลกออนไลน์จะเป็นช่องทางสำคัญที่ผู้บริโภคจะเข้าไปหาข้อมูลต่างๆ ที่ต้องการหรือมีความสนใจได้ด้วยตัวเอง แต่จำนวนข้อมูลที่มีอยู่อย่าง Overload ทำให้ผู้บริโภคไม่สามารถเลือกข้อมูลที่ถูกต้องหรือดีที่สุดได้ จึงโอกาสของแบรนด์ที่จะเข้าไปทำหน้าที่ในการ Guide หรือให้คำปรึกษา แนะนำข้อมูลต่างๆ ที่ถูกต้องแก่ผู้บริโภค ซึ่งเป็นโอกาสที่แบรนด์จะสามารถเข้าไป Connect กับผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี “สินค้าประเภทติดตามข้อมูลสุขภาพไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม Wearable Tech หรือ Health Tracking ต่างๆ ที่สามารถติดตามข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพของผู้สวมใส่ได้ จะกลายมาเป็น Key Player ของตลาดในอนาคต และสามารถเป็นตัวช่วยในเรื่องการออกแบบสินค้าที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น โดยคาดว่าอีกไม่นาน ระบบข้อมูลต่างๆ เหล่านี้จะเชื่อมโยงถึงกันและไม่เพียงแต่จะช่วยนักการตลาดเท่านั้น แต่ผู้บริโภคเองก็เก็บข้อมูลของตัวเองได้ด้วย เนื่องจากอุปกรณ์เหล่านี้เป็นเครื่องมือสำคัญ ที่ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจคุณภาพการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย และมีส่วนในการชวยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่างๆ เพื่อทำให้สุขภาพโดยรวมเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งตามข้อมูลงานวิจัย พบว่า 39% ของกลุ่มผู้บริโภคในประเทศไทยที่เริ่มใช้งานอุปกรณ์เหล่านี้อยู่ในครัวเรือน และเป็นเจ้าของใช้งานเอง” 3. Natural Takeover : การรักษาสมดุลย์ตามธรรมชาติ ในภาพรวม ผู้บริโภคชาวไทยปรารถนาที่จะมีคุณภาพชีวิตและมีสุขภาพที่ดีขึ้น แต่นิยามของการมีสุขภาพดี สำหรับพวกเขาในวันนี้ นักวิจัยของมินเทล เน้นย้ำว่า 67% ของผู้บริโภคชาวไทยให้นิยามว่า คือ “อาหารที่ดี” ซึ่งประกอบด้วยวัตถุดิบที่เป็นธรรมชาติ, ขณะที่ 61% บอกว่าต้องมีไขมันต่ำ, 56% มองว่าต้องเป็นสินค้าออแกนิกส์, 55% ระบุว่าต้องมีแคลอรีต่ำ, 54% ระบุว่าต้องมีปริมาณน้ำตาลน้อย นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้บริโภคมากกว่าครึ่ง หรือ 53% พยายามหลีกเลี่ยงไขมันอิ่มตัว และ 43% เลือกที่จะไม่บริโภคน้ำตาลขัดสี ขณะที่ 33% ระมัดระวังการบริโภคเหลือ และเนื้อแดงที่อาจมีสารเคมีปนเปื้อน เป็นต้น “มีรายงานว่าบริษัทผู้ผลิตสินค้าประเภท อาหาร เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ส่วนบุคคล และความงาม ต่างเริ่มตระหนักดีถึงความต้องการของผู้บริโภคในการเลือกใช้สินค้าที่มีความเป็นธรรมชาติ สอดคล้องกับข้อมูลของ Mintel Global New Products Database (GNPD) ที่พบว่า 41% ของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มดังกล่าวข้างต้น ที่ทยอยเปิดตัวในตลาดประเทศไทยเมื่อช่วงปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มที่มีส่วนผสมของธรรมชาติ และมีสัดส่วนสินค้าในกลุ่มนี้เติบโตเพิ่มขึ้นมากกว่าปี 2010 อยู่ถึง 34%” นอกจากนี้ ยังพบพฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยเริ่มค่อยๆปรับการบริโภคมาเป็นการเลือกรรับประทานพืชผักต่างๆ เพิ่มมากขึ้น และลดการบริโภคเนื้อสัตว์ลง 76% โดยส่วนใหญ่ระบุว่าพวกเขาเลือกรับประทานโปรตีนจากพืช อย่างเช่น ผักใบเขียว และถั่ว มากกว่าการบริโภคโปรตีนจากสัตว์ที่มาจากเนื้อสัตว์ หรือไข่ ในขณะที่มากกว่า 55% เห็นด้วยว่า โปรตีนจากพืชนั้นเยี่ยมยอดกว่าโปรตีนจากสัตว์ “พฤติกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นของผู้บริโภคคนไทย จะเป็นโอกาสสำหรับบริษัทต่างๆ ในการปรับกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์ของตัวเอง ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบสินค้าประเภทใด ให้เดินหน้าสู่ความเป็นธรรมชาติ เนื่องจากดีมานด์ในตลาดที่มีอยู่ในระดับสูง นอกจากนั้นยังพบว่า ผู้บริโภคเองก็ชื่นชอบสินค้าจากธรรมชาติ ที่มีความง่าย และมีโภชนาการที่ยืดหยุ่น การหันมาบริโภคโปรตีนจากพืชจะเป็นทางเลือกใหม่ที่ผู้บริโภคยุคนี้มองหา เพราะให้คุณค่าสารอาหารต่างๆ ที่มากกว่าหรือเท่ากับคุณค่าจากเนื้อสัตว์ในผลิตภัณฑ์อื่นๆ แต่มีประโยชน์ต่อสุขภาพของผู้บริโภคมากกว่า” ที่มา : brandbuffet
03 ก.ย. 2018
พิธีเปิด “ตลาดนัดประชารัฐ ณ ประชุมจังหวัดพิจิตร อ.เมือง จ.พิจิตร
พิธีเปิด “ตลาดนัดประชารัฐ ณ ประชุมจังหวัดพิจิตร อ.เมือง จ.พิจิตร
วันพฤหัสบดีที่ 30 สิงหาคม 2561 นางสาวปิยกุล กรรณสูต ผู้อำนวยการกลุ่มยุทธศาสตร์และแผนงานภูมิภาค ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 3 ร่วมพิธีเปิด “ตลาดนัดประชารัฐ” โดยมีนายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร เป็นประธานพิธีเปิด และนายสมภพ สมิตะสิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร กล่าวรายงาน ณ บริเวณข้างหอประชุมจังหวัดพิจิตร อ.เมือง จ.พิจิตร
30 ส.ค 2018
ประชุมกรมการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดพิจิตร ประจำเดือนสิงหาคม
ประชุมกรมการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดพิจิตร ประจำเดือนสิงหาคม
วันพฤหัสบดีที่ 30 สิงหาคม 2561 นางสาวปิยกุล กรรณสูต ผู้อำนวยการกลุ่มยุทธศาสตร์และแผนงานภูมิภาค ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 3 เข้าร่วมประชุมกรมการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดพิจิตรโดยมีนายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร เป็นประธานการประชุม ณ ห้องประชุมชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดพิจิตร อ.เมือง จ.พิจิตร
30 ส.ค 2018
ติดตามการดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและบริหารธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป พื้นที่ จังหวัดพิจิตร และกำแพงเพชร
ติดตามการดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและบริหารธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป พื้นที่ จังหวัดพิจิตร และกำแพงเพชร
วันพุธที่ 29 สิงหาคม 2561 นางสาวจันทร์แรม แดงโสภาพ นักวิชาการอุตสาหกรรมปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 3 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม เข้าติดตามการดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและบริหารธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป พื้นที่ จังหวัดพิจิตร และกำแพงเพชร ที่ปรึกษาโดย คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งเป็นการลงพื้นที่เข้าพบผู้ประกอบการ ณ สถานประกอบการในอำเภอพรานกระต่าย และอำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชรที่เข้าร่วมโครงการฯ
29 ส.ค 2018
สัมมนาเชิงปฏิบัติการโครงการ RISMEP  เรื่องการร่างแผนปฏิบัติการ (Action Plan)  ปีงบประมาณ 2562 เ
สัมมนาเชิงปฏิบัติการโครงการ RISMEP เรื่องการร่างแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ปีงบประมาณ 2562 เ
วันที่ 29 สิงหาคม 2561 ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 3 ร่วมกับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครสวรรค์ จัดกิจกรรม สัมมนาเชิงปฏิบัติการโครงการ RISMEP เรื่องการร่างแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ปีงบประมาณ 2562 เพื่อขยายผลโครงการ RISMEP สู่พื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ โดยมีหน่วยงานส่งเสริมสนับสนุนผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์และที่ปรึกษาธุรกิจ เข้าร่วม ณ โรงแรมแกรนด์ฮิลล์ รีสอร์ทแอนด์สปา จังหวัดนครสวรรค์
29 ส.ค 2018
ทันเกมการค้า : จับเทรนด์ธุรกิจท่องเที่ยว เมื่อคนเอเชียชอบเที่ยวกับครอบครัว
ทันเกมการค้า : จับเทรนด์ธุรกิจท่องเที่ยว เมื่อคนเอเชียชอบเที่ยวกับครอบครัว
ทันเกมการค้า : จับเทรนด์ธุรกิจท่องเที่ยว เมื่อคนเอเชียชอบเที่ยวกับครอบครัว ภาคการท่องเที่ยวเป็นธุรกิจหลักของไทย แต่เมื่อโลกเปลี่ยนไปทุกวัน ใครที่ทำธุรกิจด้านนี้ต้องปรับตัวให้ทันกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปด้วย Agoda เปิดผลโพลชาวเอเชียชอบเที่ยวทั้งครอบครัว ดึงยอดจองห้องพักเพิ่ม จอห์น บราวน์ ประธานกรรมการบริหาร Agoda บอกว่า การท่องเที่ยวแบบครอบครัวโตขึ้นเรื่อยๆ และมีความต้องการที่หลากหลาย โดยผลสำรวจเทรนด์การท่องเที่ยวปี 2018 (จัดทำโดย YouGov) พบว่า 70% ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก จะเดินทางเป็นครอบครัวเฉลี่ยปีละ 2 ทริป ซึ่งคนเอเชียชอบเที่ยวเป็นครอบครัว เฉลี่ยแล้วมากกว่าปีละ 5 ทริป และยังมากกว่าค่าเฉลี่ยชาวยุโรปที่จะเที่ยวกับครอบครัวปีละ 2 ทริป “ชาวเอเชียเดินทางท่องเที่ยวเป็นครอบครัวในแต่ละปีบ่อยที่สุด โดยนักท่องเที่ยวชาวไทย 77% และชาวฟิลิปปินส์ 62% เดินทางท่องเที่ยวเป็นครอบครัวมากกว่า 5 ครั้งต่อปี ตรงข้ามกับนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษที่มีเพียง 7% ที่จะท่องเที่ยวเป็นครอบครัวมากกว่า 5 ครั้งต่อปี ซึ่งส่วนใหญ่กว่า 34% ท่องเที่ยวเป็นครอบครัวเพียง 1 ครั้งต่อปี” นอกจากนี้การเที่ยวเป็นครอบครัวจะทำให้มีหลายเจนเนอเรชั่นเที่ยวด้วยกันทั้ง รุ่นปู่-ย่า-พ่อ-แม่-ลูก ซึ่งความต้องการของนักท่องเที่ยวคือ การใช้เวลากับครอบครัวได้มากขึ้น ทำให้รูปแบบการท่องเที่ยวต้องมีความหากหลายตามไปด้วย เช่น การพักผ่อน การได้ลองทำสิ่งใหม่ๆ เรียนรู้วัฒนธรรม และ ผจญภัย จับพฤติกรรมลูกค้าเน้นเที่ยวสั้นแต่บ่อยขึ้น โรงแรมเฮงเพราะลูกค้าจองที่พักเพิ่ม ระยะเวลาในการท่องเที่ยวถือเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับโรงแรม ว่าเขาจะจองที่พักติดกันกี่คืน จากผลสำรวจพบว่า นักท่องเที่ยวทั่วโลกจะจัดทริปเที่ยวกับครอบครัวเฉลี่ย 4-7 คืนต่อทริป โดยคนไทยเรา 1 ใน 3 จะเที่ยวกับครอบครัวมากกว่า 14 คืนต่อทริป ในขณะที่ในส่วนของนักท่องเที่ยวชาวเวียดนาม มาเลเซีย และจีน จะเดินทางไปท่องเที่ยวเป็นครอบครัวเพียง 1-3 คืนต่อทริป นอกจากนี้มีแนวโน้มจะท่องเที่ยวบ่อยขึ้น และจากผลสำรวจใน 12 เดือนที่ผ่านมา บอกว่าโรงแรมเป็นที่พักที่ได้รับความนิยมสูงสุดเมื่อเที่ยวกับครอบครัว รองลงมาเป็นบ้านพักทั้งหลัง เบดแอนด์เบรคฟาสต์ (B&B) และรีสอร์ตที่มีบริการครบวงจร โดยปัจจัยในการวางแผนทริปเที่ยวได้แก่ ค่าใช้จ่าย ความปลอดภัย กิจกรรมที่สามารถทำได้เป็นหลัก ที่พักที่มีสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ห้องครัว บริการห้องที่เชื่อมถึงกันได้ บริการพี่เลี้ยงเด็ก คิดส์คลับ ฯลฯ แต่ตอนเที่ยวนักท่องเที่ยวกลัวอะไรบ้าง ? นักท่องเที่ยวกังวลเรื่องอาการเจ็บป่วยที่อาจเกิดขึ้นระหว่างทริป (36%) คุณภาพที่พัก (21%) การทะเลาะกันของสมาชิกในครอบครัว (16%) ในขณะที่นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษจะมีความกังวลน้อยที่สุดเมื่อไปเที่ยวกับครอบครัว โดยเกือบ 1 ใน 3 หรือราว 27% ตอบว่าไม่กังวลกับเรื่องใดๆเลย สรุป เมื่อพฤติกรรมนักท่องเที่ยวทั่วโลกและเอเชีย หันมาเที่ยวในรูปแบบครอบครัวมากขึ้น และเลือกใช้บริการโรงแรมมากที่สุด ดังนั้นนอกจากโรงแรมต้องสร้างตัวตน สร้างชื่อเสียงในโลกออนไลน์เพื่อดึงดูดลูกค้า ยังต้องเชื่อมต่อกับแพลทฟอร์มที่บริการจองห้องพักต่างๆ ที่สำคัญโรงแรมต้องหาจุดแข็งในการทำธุรกิจ เช่น ลูกค้าชอบสิ่งอำนวยความสะดวกแบบไหน อย่างห้องพักเชื่อมกัน บริการพี่เลี้ยงเด็ก ฯลฯ ซึ่งจะช่วยให้โรงแรมสามารถเพิ่มมูลค่า และรายได้ของตนเองด้วย ที่มา : brandinside.asia
28 ส.ค 2018
กิจกรรม เจรจาธุรกิจการผลิต การค้าต่างประเทศและการแลกเปลี่ยนทางธุรกิจ  ไทย - ญี่ปุ่น ประจำปี 2561
กิจกรรม เจรจาธุรกิจการผลิต การค้าต่างประเทศและการแลกเปลี่ยนทางธุรกิจ ไทย - ญี่ปุ่น ประจำปี 2561
กิจกรรม เจรจาธุรกิจการผลิต การค้าต่างประเทศและการแลกเปลี่ยนทางธุรกิจ ไทย - ญี่ปุ่น ประจำปี 2561 ️ - กิจกรรมงานสัมมนาแบบเปิดเพื่อเพิ่มโอกาสในการเชื่อมสัมพันธ์ทางธุรกิจ โดยบริษัทชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่นวัตถุประสงค์1. เพื่อเป็นการขยายตลาดต่างประเทศ และการสร้างโอกาสในการประกอบธุรกิจ ทั้งในระดับทวีปและระดับโลก2. เป็นการสร้างความเชื่อมโยงและการสร้างพันธมิตรเพื่อการร่วมมือในการทำธุรกิจ ท่านที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ บริษัท เอเซีย อัลลิแอนซ์ พาร์ทเนอร์ จำกัดคุณกันตพงศ์ และ คุณวรรณภรณ์ 02-261-8182 สมัครได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ถึง 10 กันยายน 2561
27 ส.ค 2018
กิจกรรม การพัฒนาผลิตภัณฑ์ของอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด โดยใช้เทคโนโลยีวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม
กิจกรรม การพัฒนาผลิตภัณฑ์ของอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด โดยใช้เทคโนโลยีวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม
วันจันทร์ที่ 27 สิงหาคม 2561 นายสิทธิรงณ์ เร่งเงียบ ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาการส่งเสริมธุรกิจอุตสาหกรรม ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 3 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ประธานคณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงานจ้างที่ปรึกษา กิจกรรม การพัฒนาผลิตภัณฑ์ของอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด โดยใช้เทคโนโลยีวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม พร้อมคณะกรรมการฯ ประชุมเพื่อพิจารณาตรวจรับงานงวดที่ 4 ที่ปรึกษาโดยสถานบ่มเพาะวิสาหกิจ มหาวิทยาลัยนเรศวร ณ ห้องประชุมกลุ่มพัฒนาการส่งเสริมธุรกิจอุตสาหกรรม ชั้น 2 ศภ.3 กสอ
27 ส.ค 2018
ชี้ทางรอดธุรกิจโรงแรม แบงก์ออกตัวหาพาร์ทเนอร์ทั้งรัฐ-เอกชนช่วยลูกค้า
ชี้ทางรอดธุรกิจโรงแรม แบงก์ออกตัวหาพาร์ทเนอร์ทั้งรัฐ-เอกชนช่วยลูกค้า
ชี้ทางรอดธุรกิจโรงแรม แบงก์ออกตัวหาพาร์ทเนอร์ทั้งรัฐ-เอกชนช่วยลูกค้า SCB ชี้ปัญหาธุรกิจโรงแรมต้องลดเสี่ยง-เพิ่มรายได้ พิกุล ศรีมหันต์ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ผู้บริหารสูงสุด SME Segment ธนาคารไทยพาณิชย์ บอกว่า ธุรกิจโรงแรมเป็นธุรกิจอ่อนไหวต่อสถานการณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะภาวะเศรษฐกิจ และความเสี่ยงในธุรกิจ เพราะธุรกิจโรงแรมเป็นธุรกิจระยะยาว กว่าจะคืนทุนใช้เวลาเป็น 10 ปี เจ้าของกิจการต้องผ่านวงจรเศรษฐกิจและวิกฤตต่างๆอีกหลายครั้ง ดังนั้นเขาต้องบริหารให้เป็น นอกจากนี้ปัญหาใหญ่ที่ผู้ประกอบการเจอคือ ขั้นตอนการขอใบอนุญาตที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญ เวลา และความเข้าใจอย่างมากทำให้บางคนไม่สามารถจดทะเบียนเป้นโรงแรมได้ และส่งผลกระทบต่อการประกอบกิจการ ส่วนอีกเรื่องสำคัญคือ ผู้ประกอบการต้องมีรายได้เพิ่มขึ้น เราเลยหาพันธมิตรจากหลายส่วนมาช่วยให้ธุรกิจโรงแรมมีช่องทางที่จะเพิ่มยอดขายขึ้นด้วย “ตอนนี้เรารอลูกค้าเดินมาหาไม่ได้แล้ว เราต้องเดินไปหาลูกค้าแทน ซึ่งเราก็หาพันธมิตรจากหลายส่วน อย่างกรมการปกครองที่จะมาดูเรื่องใบอนุญาตของผู้ประกอบการ Google SiteMinder ที่มีเครื่องมือช่วยเพิ่มยอดขายให้ลูกค้า ส่วน ททท. (การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย) ที่จะช่วยพัฒนาทางออกใหม่ๆ ให้เจ้าของโรงแรม” แผนต่อไปคือเราจะนำ Ecosystem สำหรับธุรกิจโรงแรมทั้งหมด มาร่วมกับธนาคารเพื่อเป็นจุดเชื่อม ให้ลูกค้าเข้าถึง Solutions ต่างๆ ได้มากขึ้น ถ้าลูกค้าประสบความสำเร็จ ธนาคารก็มีรายได้ไปด้วย กรมการปกครองปลดล็อกกฎหมายเปิดทางให้โรงแรมจดทะเบียนถูกต้อง ทัศน์พล ประทีป ณ ถลาง หัวหน้ากลุ่มมาตรฐานและระเบียบ ส่วนการรักษาความสงบเรียบร้อย 3 กรมการปกครอง บอกว่า เดิมทีการขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมอาจจะยาก ส่งผลให้หลายบริษัทยังไม่ได้จดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ล่าสุดเราเลยอยู่ระหว่างการแก้กฎกระทรวงเพื่อปลดล็อกให้โรงแรมที่ยังไม่ได้จดทะเบียนทั้งหลายสามารถเข้าสู่ระบบได้ง่ายขึ้น ปัจจุบันธุรกิจโรงแรมทุกประเภทมีอยู่ 11,279 ราย (นับตั้งแต่ปี 2547) ขณะนี้ยังมีโรงแรมอีกกว่า 3,000 แห่งที่ยังไม่มีใบอนุญาตถูกกฎหมาย และอีกหลักหมื่นแห่งที่มีติดเรื่องโครงสร้างอาคารไม่ใช่โรงแรมเลยไม่สามารถขอใบอนุญาตได้ “สาเหตุที่โรงแรมหลายแห่งยังจดทะเบียนไม่ได้ ก็เพราะติดกฎหมายหลายๆ ที่เช่น กฎหมายผังเมือง กฎหมายสิ่งแวดล้อม กฎหมายอาคารไม่ใช่การสร้างเพื่อเป็นโรงแรม บางที่เป็นโครงสร้างแบบคอนโดมิเนียม แต่ดัดแปลงมาทำเป็นโรงแรม ซึ่งเรากำลังจะปลดล็อกกฎหมายเหล่านี้ เช่น กฎหมายกระทรวงโยธาธิการ กฎหมายพิเศษ ฯลฯ เพื่ออำนวยความสะดวกให้การจดทะเบียนโรงแรมได้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น” Google-Siteminder เตรียมเครื่องมือดิจิทัลเสริฟลูกค้าโรงแรม อภิชญา เตชะมหพันธ์ Head of Channel Sales, Thailand and Vietnam, Google (Thailand) Company Limited บอกว่า ปัจจุบันโลกดิจิทัลทำให้การท่องเที่ยวดูเป็นเรื่องง่ายขึ้น และยังเป็นเครื่องมือสำคัญให้ผู้ประกอบการสามารถใช้บริหารธุรกิจได้ดีขึ้นด้วย แต่ในไทยเรากลับมี SME แค่ 13% (จากจำนวน SME ในไทยที่ 2.7-2.8 ล้านราย) ที่มีเว็บไซด์ แสดงว่าคนยังใช้ดิจิทัลเป็นเครื่องมือได้ไม่เต็มที่ ซึ่งในโลกดิจิทัล ผู้ประกอบการต้องมีตัวตนบนโลกออนไลน์ ที่จะสร้างทั้งความเชื่อมั่นให้ลูกค้า เป็นช่องทางเพิ่มรายได้ให้ธุรกิจ และสามารถเก็บข้อมูลมาใช้วางแผนงานได้ด้วย โดยเรามีเครื่องมือที่ชื่อ Google My Business ให้ผู้ประกอบการใช้ได้ฟรี โดยจะสามารถใส่ข้อมูลบริษัทให้ลูกค้ารู้จักได้ สามารถสร้างเว็บไซด์ใหม่ได้ภายใน 3 คลิก แถมยังช่วยเก็บข้อมูล Insight ของลูกค้าได้ เช่น ลูกค้าชาติไหน ใช้คำว่าอะไร Search มาเจอเรา ส่วนใครที่อยากลองใช้งาน Google My Business สามารถสมัครทางออนไลน์ได้เลย ระบบจะใช้เวลาระบุตัวตนลูกค้าประมาณ 1-2 สัปดาห์ แต่ถ้าลูกค้าเลือกที่จะมาระบุตัวตนที่สาขาธนาคารไทยพาณิชย์ จะสามารถใช้งานได้ทันที อนงค์ชนก คงเทียบ Regional Sales Manager-Asia, SiteMinder บอกว่า เราจับ pain point ของลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการโรงแรม ว่าเมื่อเขาต้องใช้บริการ เว็บไซด์ที่ขายห้องพักบนออนไลน์หลายเว็บ บางทีก็จัดการได้ยาก SiteMinder เลยจะเป็น Software ตัวกลางที่เชื่อมทุกเว็บไซด์เข้าด้วยกันให้ลูกค้าสามารถบริหารห้องพักที่มีอยู่ได้ง่ายชึ้น ที่มา : brandinside.asia
22 ส.ค 2018