โทรศัพท์ 1358
Advanced Search

Category
กิจกรรมค้นหาอัตลักษณ์และ Work Shop การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนย่านเก่าวังกรด ภายใต้โครงการหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (CIV)
กิจกรรมค้นหาอัตลักษณ์และ Work Shop การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนย่านเก่าวังกรด ภายใต้โครงการหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (CIV)
วันพุธที่ 25 เมษายน 2561 นางสาวจีรนันท์ อินศรี นักวิชาการชำนาญการพิเศษ และนางสาวจันทร์ธิมา วรรณลึก นักวิชาการอุตสาหกรรม ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่3 เข้าร่วมสังเกตุการณ์ กิจกรรมค้นหาอัตลักษณ์และ Work Shop การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนย่านเก่าวังกรด ภายใต้โครงการหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (CIV) ณ เทศบาลตำบลวังกรด อ.เมือง จ.พิจิตร โดยกองพัฒนาอุตสาหกรรมชุมชน ได้มอบหมายทีมที่ปรึกษาจากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ดำเนินกิจกรรมดังกล่าว ระหว่างวันที่ 24-26 เมษายน 2561
25 เม.ย. 2018
ติดตามผลการดำเนินงานกิจกรรมการเตรียมความพร้อมการขอรับรองมาตรฐานฮาลาล และประเมินศักยภาพสถานประกอบการสู่อุสาหกรรม4.0
ติดตามผลการดำเนินงานกิจกรรมการเตรียมความพร้อมการขอรับรองมาตรฐานฮาลาล และประเมินศักยภาพสถานประกอบการสู่อุสาหกรรม4.0
วันพุธที่ 25 เมษายน 2561 นายกนก หมอกมืด นักวิชาการอุตสาหกรรมชำนาญการ และ นายสิริชัย สุขสะอาด ช่างเหล็ก ระดับ ช.3 ติดตามผลการดำเนินงานกิจกรรมการเตรียมความพร้อมการขอรับรองมาตรฐานฮาลาล และประเมินศักยภาพสถานประกอบการสู่อุสาหกรรม4.0 ณ วิภารัศมิ์ สมุนไพร ผลิตนำ้มัน หอมระเหย อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี ซึ่งผลการ ติดตามพบว่า ที่ปรึกษาเข้าปฏิบัติงาน 4 man-dayโดยสรุปคือ การปรับโครงสร้างอาคารผลิต/ปรับผังการผลิต การเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ภายใน สถานประกอบการผลิต /การติดป้ายชี้บ่งตาม หลัก 5 ส./ การเตรียมเอกสาร ณ จุดควบคุมฮาลาล
25 เม.ย. 2018
เข้าร่วมกิจกรรมปรึกษาแนะนำเพื่อพัฒนาผู้ตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์(Internal Control System for Organic Rice Auditor)
เข้าร่วมกิจกรรมปรึกษาแนะนำเพื่อพัฒนาผู้ตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์(Internal Control System for Organic Rice Auditor)
วันอังคารที่ 24 เมษายน 2561 นางสาวจันทร์แรม แดงโสภาพ นักวิชาการอุตสาหกรรมปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 3 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เข้าร่วมกิจกรรมปรึกษาแนะนำเพื่อพัฒนา ผู้ตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์(Internal Control System for Organic Rice Auditor) ระหว่างวันที่ 22-26 เมษายน 2561 ณ ห้องข้าวสาลี อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินโครงการนำร่องของกลุ่มคลัสเตอร์ข้าวฅนอินทรีย์ ตามโครงการพัฒนาการรวมกลุ่มและเชื่อมโยงอุตสาหกรรม กลุ่มข้าวอินทรีย์จังหวัดพิจิตร(ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2) ปีงบประมาณ 2561 ในการเข้าร่วมกิจกรรมฝึกตรวจประเมินแปลงเกษตรอินทรีย์มาตรฐาน NOP-USDA วิทยากรโดย นายชินอิศเรศ ฐิติชาตินันท์ นักวิชาการเกษตร สถาบันบริการตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยเป็นการฝึกตรวจแปลงเกษตรอินทรีย์โดยแนวทางที่ได้อบรมผู้ตรวจประเมิน ระบบการผลิตข้าวอินทรีย์(Internal Control System for Organic Rice Auditor) ในสถานที่จริง กับ เกษตรกรผู้ทำแปลงเกษตรอินทรีย์จริง ทำให้เกิดการเรียนรู้เทคนิคต่างๆอย่างมากมาย เช่น การเดินตรวจจุด สำคัญ การใช้คำถามที่เป็นปลายเปิด ซึ่งมีสมาชิกคลัสเตอร์ข้าวฅนอินทรีย์ เข้าร่วมกิจกรรม 26 คน จัดโดยที่ ปรึกษา มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยสถาบันบริการตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ สนับสนุนงบประมาณโดย ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 3 จังหวัดพิจิตร #คลัสเตอร์ข้าวฅนอินทรีย์
24 เม.ย. 2018
กิจกรรมปรึกษาแนะนำเพื่อพัฒนาผู้ตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์(Internal Control System for Organic Rice Auditor)
กิจกรรมปรึกษาแนะนำเพื่อพัฒนาผู้ตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์(Internal Control System for Organic Rice Auditor)
วันอังคารที่ 24 - วันพุธที่ 25 เมษายน 2561 นางสาวจันทร์แรม แดงโสภาพ นักวิชาการอุตสาหกรรมปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 3 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เข้าร่วมกิจกรรมปรึกษาแนะนำเพื่อพัฒนาผู้ตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์(Internal Control System for Organic Rice Auditor) ระหว่างวันที่ 22-26 เมษายน 2561 ณ ห้องข้าวสาลี อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินโครงการนำร่องของกลุ่มคลัสเตอร์ข้าวฅนอินทรีย์ ตามโครงการพัฒนาการรวมกลุ่มและเชื่อมโยงอุตสาหกรรม กลุ่มข้าวอินทรีย์จังหวัดพิจิตร(ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2) ปีงบประมาณ 2561ในการเข้าร่วมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ "ขั้นตอนการตรวจประเมินภายใน" และการสรุปผลจากการตรวจประเมินแปลงเกษตรอินทรีย์ วิทยากรโดย นายชินอิศเรศ ฐิติชาตินันท์ นักวิชาการเกษตร สถาบันบริการตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และได้รับมอบใบประกาศนียบัตรผู้ผ่านการอบรม Internal Control System for Organic Rice Auditor ซึ่งมีสมาชิกคลัสเตอร์ข้าวฅนอินทรีย์ เข้าร่วมกิจกรรม 26 คน จัดโดยที่ปรึกษา มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยสถาบันบริการตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ สนับสนุนงบประมาณโดย ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 3 จังหวัดพิจิตร #คลัสเตอร์ข้าวฅนอินทรีย์
24 เม.ย. 2018
การชี้แจงประเด็นข้อคิดเห็นจากฝ่ายต่างๆ กรณีที่รัฐบาลไทยได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) 4 ฉบับ ร่วมกับกลุ่ม บริษัท อาลีบาบา
การชี้แจงประเด็นข้อคิดเห็นจากฝ่ายต่างๆ กรณีที่รัฐบาลไทยได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) 4 ฉบับ ร่วมกับกลุ่ม บริษัท อาลีบาบา
การชี้แจงประเด็นข้อคิดเห็นจากฝ่ายต่างๆ กรณีที่รัฐบาลไทยได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) 4 ฉบับ ร่วมกับกลุ่ม บริษัท อาลีบาบา ข้าพเจ้า นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ขอรายงานผลการชี้แจงประเด็นข้อคิดเห็นจากฝ่ายต่างๆ กรณีที่รัฐบาลไทยได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) 4 ฉบับ ร่วมกับกลุ่ม บริษัท อาลีบาบา ประเด็นประจำวันเสาร์ที่ 21 เมษายน 2561 ในประเด็นที่1โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้ 1) ประเด็นที่กังวลว่าความร่วมมือกับอาลีบาบาอาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทยในตลาดการค้าออนไลน์ ทำให้ต้องขายกิจการให้ต่างชาติ เนื่องจากอาลีบาบาเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ มีงบประมาณด้านการตลาดมาก รวมทั้งรัฐบาลจีนให้การอุดหนุนด้านการขนส่ง ทำให้มีต้นทุนถูกกว่าไทย ซึ่งรัฐบาลไทยควรมีแนวทางสนับสนุนเรื่องการลดต้นทุนค่าขนส่งให้กับผู้ประกอบการไทยในตลาดการค้าออนไลน์ เพื่อให้แข่งขันกับผู้ประกอบการรายใหญ่ได้อย่างเหมาะสมนั้น กระทรวงอุตสาหกรรมขอชี้แจงว่าความร่วมมือที่รัฐบาลไทยทำกับอาลีบาบา มุ่งเน้นการพัฒนาให้ SMEs ทุกระดับ รวมถึงกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและกลุ่มธุรกิจเกษตรทั่วประเทศมีความรู้และทักษะทางด้านดิจิทัลและอีคอมเมริซ์ สามารถเข้าถึงตลาดออนไลน์สู่ประเทศจีนและตลาดสากล โดยอาลีบาบาจะมาช่วยอบรมให้ ผู้ประกอบการมีความรู้เรื่องการตลาดออนไลน์ เพื่อให้สามารถเลือกใช้ผู้บริการ (Service Provider) ที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับตนเองมากที่สุดการปรับปรุงระบบด้านโลจิสติกส์โดยอาศัยเทคโนโลยีของอาลีบาบาจะช่วยให้สามารถส่งสินค้าของ SMEs ไทยไปยังตลาดจีนและตลาดสากลได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เป็นการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับ SMEs ไทยนอกจากนี้กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับระบบ e-Commerce และโลจิสติกส์ จะใช้กรณีของ Alibaba เป็น Best Pratice เพื่อร่วมกันปรับปรุงและพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการ e-Commerce และโลจิสติกส์ไทยอย่างต่อเนื่องให้มีมาตรฐานและคุณภาพที่เหนือกว่า Alibaba อีกด้วย 2) ประเด็นที่มีความกังวลว่าอาลีบาบา จะได้ฐานข้อมูล (ดาต้าเบส) ของไทย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค ซึ่งประเด็นนี้ภาครัฐต้องพิจารณาให้เกิดความรัดกุม กระทรวงอุตสาหกรรมขอชี้แจงว่าความร่วมมือที่รัฐบาลไทยทำกับอาลีบาบาทั้ง 4 ฉบับ ไม่มีประเด็นใดที่จะนำออกซึ่งข้อมูลในระบบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะข้อมูลของผู้ประกอบการไทย โดยหน่วยงานต่างๆ ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการปี พ.ศ.2540 อย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตาม หาก SMEs รายใดเลือกที่จะทำตลาดออนไลน์กับอาลีบาบา จะได้ประโยชน์จากข้อมูลการวิเคราะห์ตลาดเป้าหมายผ่านการวิเคราะห์ Data Analitic / Big data ของอาลีบาบาด้วย ทั้งนี้หน่วยงานต่างๆ จะได้นำข้อสังเกตเหล่านี้ไปพิจารณากำกับดูแลข้อมูลของหน่วยงานให้รัดกุมยิ่งขึ้น 3) ประเด็นที่กล่าวว่า การเข้ามาของนายแจ็ค หม่า ทำให้อาลีบาบาได้เปรียบสูง เพราะรัฐบาลต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ จึงสามารถต่อรองกับรัฐบาลไทยเป็นอย่างได้ดี ส่งผลให้สินค้าจีนอาจเข้ามารุกรานสินค้าไทย อัตราการจ้างงานแรงงานในอุตสาหกรรมที่เป็นตัวกลางจะหายไป และโรงงานผู้ผลิตสินค้าในเมืองไทยจะไม่สามารถแข่งขันได้ เนื่องจากจีนมีต้นทุนถูกกว่า นอกจากนี้อาจส่งผลกระทบต่อระบบธนาคาร และอุตสาหกรรม ซึ่งธุรกิจค้าปลีกจะเข้าสู่ตลาดออนไลน์และตกอยู่ในมือชาวต่างชาตินั้น กระทรวงอุตสาหกรรมขอชี้แจงว่าตลาดการค้าออนไลน์เป็นตลาดการค้าเสรี แม้ในปัจจุบันผู้บริโภคคนไทยก็สามารถซื้อสินค้าจากประเทศจีนผ่านทางเว็บไซต์ออนไลน์ได้ในหลากหลายช่องทางอยู่แล้ว ความร่วมมือที่เกิดขึ้นจะช่วยให้ผู้ประกอบการ SMEs ไทยสามารถขายสินค้าได้มากขึ้น ช่วยให้ตลาดจีนและผู้บริโภคชาวจีนที่อยู่ในระบบออนไลน์ซึ่งมีจำนวนกว่า 500 ล้านคนและตลาดของจีนได้รับรู้ถึงศักยภาพของสินค้าและบริการของไทยอีกเหตุผลหนึ่งคือ ยุทธศาสตร์ของรัฐบาลจีนได้เปลี่ยนไปจากเดิมที่เน้นการส่งออก ไปเป็นเน้นการนำเข้าสินค้าและบริการจากต่างประเทศมากขึ้น โดยความร่วมมือของรัฐบาลไทยกับอาลีบาบานั้น ไม่ได้เน้นการนำเข้าสินค้าจากจีนมาบริโภคในประเทศไทย แต่เป็นการสร้างเครื่องมือเพื่อเพิ่มโอกาสให้สินค้าที่มีคุณภาพของไทยสามารถเข้าไปขายในประเทศจีน และประเทศเพื่อนบ้านของไทยในกลุ่ม CLMV มากขึ้น
23 เม.ย. 2018
กสอ.ย้ำไทยไม่เสียเปรียบอาลีบาบา-ไทยมีกม.คุ้มครองดาต้าเบส
กสอ.ย้ำไทยไม่เสียเปรียบอาลีบาบา-ไทยมีกม.คุ้มครองดาต้าเบส
เมื่อวันที่ 22 เมษายน นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม(กสอ.)กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังมีกระแสข่าวความไม่เข้าใจต่อการที่หน่วยงานภาครัฐ ได้มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ(เอ็มโอยู) 4 ฉบับกับทางบริษัท อาลีบาบา ทั้งเรื่องการค้าการลงทุนในพื้นที่ระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) การลงทุนสมาร์ทดิจิทัลฮับในอีอีซี ความร่วมมือด้านการพัฒนาเอสเอ็มอี และบุคลากรด้านดิจิทัล และความความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวผ่านระบบดิจิทัล โดยระบุว่าการลงนามดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีของไทยทั้งในเรื่องโอกาสในการแข่งขันทางการค้า และการตลาด รวมถึงเรื่องของข้อมูลของบริษัทนั้น ขอชี้แจงว่า ความร่วมมือที่รัฐบาลไทยทำข้อตกลงกับอาลีบาบา มุ่งเน้นการพัฒนาให้เอสเอ็มอีทุกระดับ รวมถึงกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและกลุ่มธุรกิจเกษตรทั่วประเทศให้มีความรู้และทักษะทางด้านดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซสามารถเข้าถึงตลาดออนไลน์สู่ประเทศจีนและตลาดสากล โดยอาลีบาบาจะมาช่วยอบรมให้ผู้ประกอบการไทยมีความรู้เรื่องการตลาดออนไลน์ เพื่อให้สามารถเลือกใช้ผู้บริการที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับตนเองมากที่สุด นอกจากนี้ อาลีบาบาจะนำเทคโนโลนีเข้าช่วยไทยในการปรับปรุงระบบด้านโลจิสติกส์ ให้สามารถส่งสินค้าของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยไปยังตลาดจีนและตลาดสากลได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย ขณะเดียวกันกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับระบบอีคอมเมิร์ซ และโลจิสติกส์ จะใช้กรณีของอาลีบาบาเป็นภาคปฏิบัติที่ดีที่สุดในการปรับปรุงและพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซ และโลจิสติกส์ไทยอย่างต่อเนื่องมีคุณภาพและได้มาตรฐาน นายกอบชัยกล่าวว่า สำหรับความกังวลที่ว่าอาลีบาบาจะได้ฐานข้อมูล(ดาต้าเบส) ของไทย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค ขอชี้แจงว่าไม่มีประเด็นใดที่จะนำออกซึ่งข้อมูลในระบบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะข้อมูลของผู้ประกอบการไทย เพราะหน่วยงานต่างๆต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการปี2540 อย่างเคร่งครัด ซึ่งหากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายใดเลือกที่จะทำตลาดออนไลน์กับอาลีบาบาก็จะได้ประโยชน์จากข้อมูลการวิเคราะห์ตลาดเป้าหมายผ่านการวิเคราะห์จากระบบฐานข้อมูลของอาลีบาบาด้วย นายกอบชัยกล่าวด้วยว่า การเข้ามาของนายแจ๊ก หม่า ประธานอาลีบาบา กรุ๊ป จนทำให้นักธุรกิจไทยเกิดความวิตกกังวลนั้น ขอทำความเข้าใจว่า ปัจจุบันตลาดการค้าออนไลน์เป็นตลาดการค้าเสรี ผู้บริโภคคนไทยสามารถเลือกซื้อสินค้าจากประเทศจีนผ่านทางเว็บไซต์ออนไลน์ได้ในหลากหลายช่องทางอยู่แล้ว ซึ่งความร่วมมือที่เกิดขึ้นจะช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยสามารถขายสินค้าได้มากขึ้น ช่วยให้ตลาดจีนและผู้บริโภคชาวจีนที่อยู่ในระบบออนไลน์ซึ่งมีจำนวนกว่า 500 ล้านคนรับรู้ถึงศักยภาพของสินค้าและบริการของไทย ที่สำคัญยุทธศาสตร์ของรัฐบาลจีนได้เปลี่ยนไปจากเดิมที่เน้นการส่งออกไป เป็นเน้นการนำเข้าสินค้าและบริการจากต่างประเทศมากขึ้น โดยความร่วมมือของรัฐบาลไทยกับอาลีบาบา ไม่ได้เน้นการนำเข้าสินค้าจากจีนมาบริโภคในประเทศไทย แต่เป็นการสร้างเครื่องมือเพื่อเพิ่มโอกาสให้สินค้าที่มีคุณภาพของไทยสามารถเข้าไปขายในประเทศจีน และประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มซีแอลเอ็มวี(กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม) ได้มากขึ้น
23 เม.ย. 2018
การให้คำปรึกษาแนะนำแนะการส่งต่อความช่วยเหลือ (เครือข่าย RISMEP)
การให้คำปรึกษาแนะนำแนะการส่งต่อความช่วยเหลือ (เครือข่าย RISMEP)
วันที่ 23 เมษายน 2561 นายพิสิษฐ์ สนธิ ผู้ผลิตสินค้าไส้กรอกอีสานและไส้กรอกสมุนไพร เข้ารับคำปรึกษาแนะนำ ด้านการเพิ่มช่องทาง การขาย คำแนะนำเครื่องจักร จาก อ.วิสาข์ เจ่าสกุล ที่ปรึกษาเครือข่าย RISMEP และเจ้าหน้าที่ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 3 ณ ห้อง บริการธุรกิจอุตสาหกรรม BSC ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 3
23 เม.ย. 2018
กิจกรรมปรึกษาแนะนำเพื่อพัฒนาผู้ตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์(Internal Control System for Organic Rice Auditor)
กิจกรรมปรึกษาแนะนำเพื่อพัฒนาผู้ตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์(Internal Control System for Organic Rice Auditor)
วันจันทร์ที่ 23 เมษายน 2561 นางสาวจันทร์แรม แดงโสภาพ นักวิชาการอุตสาหกรรมปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 3 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เข้าร่วมกิจกรรมปรึกษาแนะนำเพื่อพัฒนาผู้ตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์(Internal Control System for Organic Rice Auditor) ระหว่างวันที่ 22-26 เมษายน 2561 ณ ห้องข้าวสาลี อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินโครงการนำร่องของกลุ่มคลัสเตอร์ข้าวฅนอินทรีย์ ตามโครงการพัฒนาการรวมกลุ่มและเชื่อมโยงอุตสาหกรรม กลุ่มข้าวอินทรีย์จังหวัดพิจิตร(ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2) ปีงบประมาณ 2561 โดยมี รองศาสตราจารย์ดนุวัต เพ็งอ้น ผู้อำนวยการสถาบันบริการตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ แนะนำสถาบัน IQS และชี้แจงวัตถุประสงค์ของหลักสูตร คือ ให้ผู้เข้าร่วมมีความเข้าใจข้อกำหนดมาตรฐานเกษตรอินทรีย์สากล และมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ไทย(มกษ.9000 เล่ม 1-2552 และ มกษ.9000 เล่ม 4-2553) เข้าใจกระบวนการขั้นตอน และวิธีการตรวจประเมินพร้อมทั้งได้ฝึกการตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ มีสมาชิกคลัสเตอร์ข้าวฅนอินทรีย์ เข้าร่วมกิจกรรม 26 คน จัดโดยที่ปรึกษา มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยสถาบันบริการตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ สนับสนุนงบประมาณโดย ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 3 จังหวัดพิจิตร
23 เม.ย. 2018
กิจกรรมปรึกษาแนะนำเพื่อพัฒนาผู้ตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์(Internal Control System for Organic Rice Auditor)
กิจกรรมปรึกษาแนะนำเพื่อพัฒนาผู้ตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์(Internal Control System for Organic Rice Auditor)
วันจันทร์ที่ 23 เมษายน 2561 นางสาวจันทร์แรม แดงโสภาพ นักวิชาการอุตสาหกรรมปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 3 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เข้าร่วมกิจกรรมปรึกษาแนะนำเพื่อพัฒนาผู้ตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์(Internal Control System for Organic Rice Auditor) ระหว่างวันที่ 22-26 เมษายน 2561 ณ ห้องข้าวสาลี อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินโครงการนำร่องของกลุ่มคลัสเตอร์ข้าวฅนอินทรีย์ ตามโครงการพัฒนาการรวมกลุ่มและเชื่อมโยงอุตสาหกรรม กลุ่มข้าวอินทรีย์จังหวัดพิจิตร(ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2) ปีงบประมาณ 2561ในการศึกษาดูงานห้องปฏิบัติการที่ผ่านระบบมาตรฐาน 17025 วิทยากรโดย นางริมฤทัย พุทธวงค์ รองผู้อำนวยการสถาบันบริการตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ในการศึกษาดูงานโรงงานจุลินทรีย์ที่ดี ได้รับการรับรองมาตรฐาน IFOM วิทยากรโดย นายนิวัธ ออนศรี ผู้ปฏิบัติงานเกษตร สถาบันบริการตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ในการศึกษาดูงาน ระบบจ่ายน้ำแบบ Smart Farm ผ่าน Application ด้วย Smart Phone สามารถช่วยให้การจัดการในระบบแปลงมีปนะสิทธิภาพและเป็น Smart Farming และจุดบริการเครื่องสับกิ่งไม้หยอดเหรียญ เพื่อผลิตปุ๋ยหมักอินทรีย์ ทำให้ดินมีชีวิต แทนการเผา วิทยากรโดย รองศาสตราจารย์ดนุวัต เพ็งอ้น ผู้อำนวยการสถาบันบริการตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งมีสมาชิกคลัสเตอร์ข้าวฅนอินทรีย์ เข้าร่วมกิจกรรม 26 คน จัดโดยที่ปรึกษา มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยสถาบันบริการตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ สนับสนุนงบประมาณโดย ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 3 จังหวัดพิจิตร
23 เม.ย. 2018
บรรยายพิเศษ โดย นาย วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ในโครงการเสริมสร้างความรู้ในการป้องกันการทุจริตแก่ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ ของส่วนราชการ และข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดพิจิตร ประจำปี 2561
บรรยายพิเศษ โดย นาย วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ในโครงการเสริมสร้างความรู้ในการป้องกันการทุจริตแก่ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ ของส่วนราชการ และข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดพิจิตร ประจำปี 2561
วันจันทร์ที่ 23 เมษายน 2561นางสาวนิรามัย ศิริศรีสุดากุล ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่3 ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ ร่วมรับฟังการบรรยายพิเศษ โดย นาย วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ในโครงการเสริมสร้างความรู้ในการป้องกันการทุจริตแก่ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ ของส่วนราชการ และข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดพิจิตร ประจำปี 2561 ณ อาคารหอประชุม(หลังใหม่) ศาลากลางจังหวัดพิจิตร อ.เมือง จ.พิจิตร
23 เม.ย. 2018