โทรศัพท์ 1358
การค้นหาขั้นสูง

หมวดหมู่
SME จะเติบโตบน Facebook อย่างไร? ส่อง Insight คนไทยกับ “โซเชียลคอมเมิร์ซ” ขุมทรัพย์ธุรกิจ
SME จะเติบโตบน Facebook อย่างไร? ส่อง Insight คนไทยกับ “โซเชียลคอมเมิร์ซ” ขุมทรัพย์ธุรกิจ
SME จะเติบโตบน Facebook อย่างไร? ส่อง Insight คนไทยกับ “โซเชียลคอมเมิร์ซ” ขุมทรัพย์ธุรกิจ เรารู้กันอยู่แล้วว่า Facebook เป็นโซเชียลมีเดียที่คนไทยใช้งานกันล้นหลาม กว่า 52 ล้านรายต่อเดือน ผ่านช่องทางยอดฮิตอย่างมือถือที่ 51 ล้านคนเลือกใช้อยู่ทุกเดือน ตัวเลขนี้เรียกว่าเป็นสัดส่วนถึง 98% ของผู้ใช้งานทั้งหมดในประเทศไทย และจากตัวเลขที่สะท้อนความนิยมของ Facebook ในกลุ่มคนไทย ยังต่อยอดให้ Facebook กลายเป็นทำเลทองของกลุ่ม SME ด้วย ว่าแต่อะไรที่จะช่วยสนับสนุน SME บนแพลตฟอร์ม Facebook ให้เติบโตได้บนเส้นทางธุรกิจ… เรื่องนี้มีข้อมูลน่าสนใจจากรายงาน “Facebook 2018 Holiday Study” จากการรวบรวมข้อมูลของ Facebook IQ ที่ได้จัดเก็บพฤติกรรมผู้บริโภคอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,500 ราย ในช่วง 16 ต.ค.-31 ธ.ค. 2017 “SME จำนวนมากกำลังเติบโตบน Facebook ในยุคที่ธุรกิจกำลังเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัลและสร้างประโยชน์จากการใช้งานเครื่องมือและทรัพยากรต่าง ๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการทั้งส่วนธุรกิจและผู้บริโภค” คุณชวดี วงศ์พยัต หัวหน้าฝ่ายธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม Facebook ประจำประเทศไทย ขยายภาพทิศทางธุรกิจ SME ไทยในปัจจุบัน และเล่าข้อมูลสำคัญจากรายงานของ Facebook IQ ว่า “มือถือ” สร้างโอกาสทาง “ธุรกิจ”คุณชวดี เล่าว่า 97% ของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตชาวไทยระบุว่าใช้งานสมาร์ทโฟน และใช้มือถือเฉลี่ย 4.53 ชั่วโมงต่อวัน ใช้โซเชียลมีเดียเฉลี่ย 3 ชั่วโมงต่อวัน ขณะที่ 39% ของผู้ตอบแบบสำรวจดังกล่าวเป็นกลุ่ม Mobile First Shoppers คือ ใช้มือถือเป็นสื่อหลักและสื่อแรกในการตัดสินใจชอปปิ้ง (ซึ่ง 60% ของคนกลุ่มนี้อยู่ในวัยมิลเลเนียล) และอีก 30% ยังคงชื่นชอบการชอปปิ้งจากหน้าร้าน สำหรับช่วงเทศกาลของนักชอปที่ผ่านมา (ช่วงไตรมาสที่ 4 ของทุกปี จะมีการจัดกิจกรรมเทศกาลชอปปิ้งออนไลน์) จำนวน 2 ใน 3 ของนักชอปช่วงเทศกาลระบุว่ามือถือช่วยให้พวกเขาตัดสินใจซื้อเพราะได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนชัดเจนขึ้น โดย 55% ระบุว่าพวกเขาใช้มือถือเพื่อการชอปปิ้งในช่วงเทศกาลเพราะสะดวกกว่าการเดินทางไปยังหน้าร้าน และ Facebook กับ Instagram ได้กลายเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อการตัดสินใจชอปปิ้งในช่วงเทศกาลถึง 91% และ 70% ตามลำดับ “ในไทยมีผู้ใช้งาน Facebook 36 ล้านคนต่อวัน ทั้งตัวเลขผู้ใช้งานและการเติบโตทำให้ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในเอเชียแปซิฟิกที่ Facebook ให้ความสำคัญ ทั้งยังเป็นประเทศต้นแบบด้านโซเชียลคอมเมิร์ซที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทำให้นักพัฒนาของเราต้องเดินทางจากต่างประเทศเพื่อมาศึกษาพฤติกรรมคนไทย เพื่อพัฒนาเครื่องมือใหม่ ๆ ออกมารองรับการใช้งานได้อย่างเหมาะสม” โซเชียลคอมเมิร์ซ ทำเลทองหนุน SME สู่ความสำเร็จสถิติที่น่าสนใจซึ่งทำให้ SME ไม่ควรมองข้ามการใช้ช่องทางโซเชียลคอมเมิร์ซเพื่อเข้าถึงลูกค้า ได้แก่ 67% ซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ในเดือนที่ผ่านมา, 52% ใช้โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางแรกในการค้นหาแบรนด์และผลิตภัณฑ์, 51% ของนักชอปออนไลน์เคยซื้อสินค้าผ่านโซเชียลมีเดียโดยตรง และ 44% ก็เลือกใช้บริการชำระเงินผ่านมือถือในเดือนที่ผ่านมาด้วย เรื่องนี้ทำให้ Facebook เปิดเผยว่า SME ในประเทศไทยราว 4 ใน 5 ราย นิยมเริ่มต้นธุรกิจจาก Facebook ด้วยสาเหตุต่าง ๆ อาทิ 87% ระบุว่า Facebook คือหนึ่งในปัจจัยสร้างความสำเร็จให้ธุรกิจ และ 93% เห็นว่า Facebook ทำให้พวกเขาสามารถดึงดูดลูกค้าใหม่ ๆ ได้สำเร็จ โดย 89% ยอมรับว่าติดต่อกับลูกค้าผ่าน Facebook ซึ่ง 83% เห็นว่า Facebook ช่วยสร้างโอกาสเชิงเศรษฐกิจที่มีความสำคัญต่อชุมชนท้องถิ่น นอกจากนี้ หัวหน้าฝ่ายธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม Facebook ประเทศไทย ยังอธิบายเพิ่มเติมว่า Facebook พัฒนาฟีเจอร์ต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการค้าและประสบการณ์ใช้งานบนมือถืออย่างไร้รอยต่อ อาทิ Shop Section, Messenger Payment, Mask as Paid, Order Management รวมถึงฟีเจอร์ล่าสุดอย่าง Click to Messenger ads ที่จะเข้ามาช่วยสนับสนุนให้ร้านค้ามีช่องทางพูดคุยกับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและส่งเสริมการขายได้ในขณะเดียวกัน หรือแม้แต่ฟีเจอร์ Dynamic Ads for Page Shop ที่ทำให้ร้านค้าสามารถแนะนำสินค้าได้ตรงความต้องการลูกค้าแต่ละรายได้ดีขึ้น แตกต่างจากการทำโซเชียลคอมเมิร์ซในอดีตด้วยเทคโนโลยีแบบ Personalize ที่ Facebook นำมาใช้มากขึ้น “เราต้องยอมรับว่าไม่ใช่ SME ทุกรายที่มีเว็บไซต์ของตนเอง ดังนั้น Facebook จึงกลายเป็นเครื่องมือเชื่อมโยงลูกค้าและผู้ประกอบการบนโลกออนไลน์ที่เราพัฒนามาจากพฤติกรรมผู้บริโภคและ SME ไทยจริง ๆ รวมถึงการสนับสนุนให้ SME เข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ ซึ่งใช้อยู่บนมือถือ ขณะเดียวกัน เครื่องมือต่าง ๆ ที่ Facebook แนะนำก็เป็นการสร้างปัจจัย” เครื่องมือเหล่านี้ช่วยให้ SMB สามารถเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น แต่การสร้าง เอนเกจ ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญเพื่อทำให้เกิดออแกนิกคอนเทนต์ การสร้างคอนเทนต์สม่ำเสมอ การพูดคุยกับลูกค้า ก็เป็นการสร้างความน่าเชื่อถือที่ดีที่สุดด้วย CR : www.marketingoops.com/digital-life#ศูนย์ส่งเริมอุตสาหกรรมภาคที่3
14 ก.พ. 2562
การจัดกิจกรรมอบรมหลักสูตร “การจัดการระบบควบคุมภายในสำหรับการรับรองกลุ่มข้าวอินทรีย์”(Internal Control System for Organic Rice Grower Group)
การจัดกิจกรรมอบรมหลักสูตร “การจัดการระบบควบคุมภายในสำหรับการรับรองกลุ่มข้าวอินทรีย์”(Internal Control System for Organic Rice Grower Group)
13 กุมภาพันธ์ 2562 นางสาวจันทร์แรม แดงโสภาพ นักวิชาการอุตสาหกรรมปฏิบัติการ และนางสาวชมพูนาถ อ่อนตานนท์ ช่างเย็บสานทอและประดิษฐ์ระดับ ช2 เจ้าหน้าที่ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 3 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ดำเนินการจัดกิจกรรมอบรมหลักสูตร “การจัดการระบบควบคุมภายในสำหรับการรับรองกลุ่มข้าวอินทรีย์”(Internal Control System for Organic Rice Grower Group) เป็นวันที่ 2 ตามหลักสูตรจำนวน 3 วัน ระหว่างวันที่ 12-14 กุมภาพันธ์ 2562 ภายใต้กิจกรรมพัฒนาการรวมกลุ่ม SMEs และเชื่อมโยงอุตสาหกรรม(Industrial Cluster Development) คลัสเตอร์ข้าวฅนอินทรีย์ ปีที่ 3 ตามแผนยกระดับความรู้การผลิต การรวมกลุ่มและการค้าข้าวฅนอินทรีย์ ณ สุขทวีรีสอร์ท อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี และศึกษาดูงาน ณ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี เพื่อให้เกิดองค์ความรู้ด้านระบบเอกสารควบคุมภายใน และการพัฒนาสมาชิกคลัสเตอร์ข้าวฅนอินทรีย์ให้เป็นผู้ตรวจประเมินตามมาตรฐานสากล โดยมี ว่าที่ร้อยโทชินอิศเรศ ฐิติชาตินันท์ นักวิชาการเกษตร เป็นวิทยากร บรรยายคู่มือ การจัดการระบบควบคุมภายในสำหรับการรับรองกลุ่มข้าวอินทรีย์ (Internal Control System for Organic Rice Grower Group) และเข้าศึกษาแปลงปลูกข้าวอินทรีย์ (มาตรฐาน EU) จำนวน 2 แปลง ในอ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ซึ่งได้ศึกษากระบวนการผลิต มาตรการป้องกันการปนเปื้อน ทางดิน ทางน้ำ และทางอากาศ การจัดเก็บวัสดุ และอุปกรณ์การเกษตร ปัจจัยการผลิตเกษตรอินทรีย์ต่างๆ ตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์สากล มีผู้เข้าร่วมทั้งสิ้นจำนวน 36 ท่าน และได้รับเกียรติจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการพัฒนากลุ่มอุตสาหกรรมทั้งภาครัฐและภาคเอกชนและสถาบันต่างๆเข้าร่วมสังเกตุการณ์ คือ สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดนครสวรรค์ และศูนย์วิจัยและฝึกอบรมบึงบอระเพ็ด มหาวิทยาลัยมหิดลวิทยาเขตนครสวรรค์#คลัสเตอร์ข้าวฅนอินทรีย์
13 ก.พ. 2562
กิจกรรมอบรมหลักสูตร “การจัดการระบบควบคุมภายในสำหรับการรับรองกลุ่มข้าวอินทรีย์”(Internal Control System for Organic Rice Grower Group)
กิจกรรมอบรมหลักสูตร “การจัดการระบบควบคุมภายในสำหรับการรับรองกลุ่มข้าวอินทรีย์”(Internal Control System for Organic Rice Grower Group)
12 กุมภาพันธ์ 2562 นางสาวจันทร์แรม แดงโสภาพ นักวิชาการอุตสาหกรรมปฏิบัติการ และนางสาวชมพูนาถ อ่อนตานนท์ ช่างเย็บสานทอและประดิษฐ์ระดับ ช2 เจ้าหน้าที่ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 3 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ดำเนินการจัดกิจกรรมอบรมหลักสูตร “การจัดการระบบควบคุมภายในสำหรับการรับรองกลุ่มข้าวอินทรีย์”(Internal Control System for Organic Rice Grower Group) เป็นวันที่ 1 ตามหลักสูตรจำนวน 3 วัน ระหว่างวันที่ 12-14 กุมภาพันธ์ 2562 ภายใต้กิจกรรมพัฒนาการรวมกลุ่ม SMEs และเชื่อมโยงอุตสาหกรรม(Industrial Cluster Development) คลัสเตอร์ข้าวฅนอินทรีย์ ปีที่ 3 ตามแผนยกระดับความรู้การผลิต การรวมกลุ่มและการค้าข้าวฅนอินทรีย์ ณ สุขทวีรีสอร์ท อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี และศึกษาดูงาน ณ หมู่ที่ 3 ต.ประดู่ยืน อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี เพื่อให้เกิดองค์ความรู้ด้านระบบเอกสารควบคุมภายใน และการพัฒนาสมาชิกคลัสเตอร์ข้าวฅนอินทรีย์ให้เป็นผู้ตรวจประเมินตามมาตรฐานสากล โดยมี ว่าที่ร้อยโทชินอิศเรศ ฐิติชาตินันท์ นักวิชาการเกษตร เป็นวิทยากร บรรยาย ระบบควบคุมภายใน และกระบวนการพัฒนาระบบควบคุมภายใน (Internal Control System : ICS) พร้อมทั้งเปิดโอกาศให้สมาชิกคลัสเตอร์ข้าวฅนอินทรีย์ที่เข้ารับการอบรมได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ความรู้ด้านต่างๆซึ่งกันและกัน มีผู้เข้าร่วมทั้งสิ้นจำนวน 38 ท่าน และได้รับเกียรติจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการพัฒนากลุ่มอุตสาหกรรมทั้งภาครัฐและภาคเอกชนและสถาบันต่างๆเข้าร่วมสังเกตุการณ์ คือ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดอุทัยธานี สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดนครสวรรค์ สภาเกษตรกรจังหวัดพิจิตร และศูนย์วิจัยและฝึกอบรมบึงบอระเพ็ด มหาวิทยาลัยมหิดลวิทยาเขตนครสวรรค์#คลัสเตอร์ข้าวฅนอินทรีย์
12 ก.พ. 2562
อบรมเชิงปฏิบัติการ "การพัฒนาองค์ความรู้ด้านการจัดตั้งธุรกิจ Start Up"จังหวัดกำแพงเพชร
อบรมเชิงปฏิบัติการ "การพัฒนาองค์ความรู้ด้านการจัดตั้งธุรกิจ Start Up"จังหวัดกำแพงเพชร
วันอังคารที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 นางสาวจันทร์ธิมา วรรณลึก และ นางสาวรัตนาวดี มณีกูล เจ้าหน้าที่ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 3 จัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ "การพัฒนาองค์ความรู้ด้านการจัดตั้งธุรกิจ Start Up"จังหวัดกำแพงเพชร ระหว่างวันที่ 11-15 กุมภาพันธ์ 2562 ณ โรงแรมชากังราวริเวอร์วิว อ.เมือง จ.กำแพงเพชร กลุ่มเป้าหมายคือผู้ประกอบธุรกิจวิสาหกิจชุมชนหรือบุคคลทั่วไปที่มีความประสงค์ประกอบอาชีพเป็นผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน จำนวน 14 คน โดยได้รับเกียรติจาก นายทัศน์พล บริบูรณ์อังกูร และนายเกรียงไกร ล้อมชวการ เป็นวิทยากรในการอบรมหัวข้อ การสร้างแบบจำลองธุรกิจ (Business Model) วิเคราะห์สภาวะการแข่งขันของตลาด การกำหนดกลุ่มผลิตภัณฑ์ (Product Line)#ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่3
12 ก.พ. 2562
SME จะเติบโตบน Facebook อย่างไร? ส่อง Insight คนไทยกับ “โซเชียลคอมเมิร์ซ” ขุมทรัพย์ธุรกิจ
SME จะเติบโตบน Facebook อย่างไร? ส่อง Insight คนไทยกับ “โซเชียลคอมเมิร์ซ” ขุมทรัพย์ธุรกิจ
SME จะเติบโตบน Facebook อย่างไร? ส่อง Insight คนไทยกับ “โซเชียลคอมเมิร์ซ” ขุมทรัพย์ธุรกิจ เรารู้กันอยู่แล้วว่า Facebook เป็นโซเชียลมีเดียที่คนไทยใช้งานกันล้นหลาม กว่า 52 ล้านรายต่อเดือน ผ่านช่องทางยอดฮิตอย่างมือถือที่ 51 ล้านคนเลือกใช้อยู่ทุกเดือน ตัวเลขนี้เรียกว่าเป็นสัดส่วนถึง 98% ของผู้ใช้งานทั้งหมดในประเทศไทย และจากตัวเลขที่สะท้อนความนิยมของ Facebook ในกลุ่มคนไทย ยังต่อยอดให้ Facebook กลายเป็นทำเลทองของกลุ่ม SME ด้วย ว่าแต่อะไรที่จะช่วยสนับสนุน SME บนแพลตฟอร์ม Facebook ให้เติบโตได้บนเส้นทางธุรกิจ… เรื่องนี้มีข้อมูลน่าสนใจจากรายงาน “Facebook 2018 Holiday Study” จากการรวบรวมข้อมูลของ Facebook IQ ที่ได้จัดเก็บพฤติกรรมผู้บริโภคอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,500 ราย ในช่วง 16 ต.ค.-31 ธ.ค. 2017 “SME จำนวนมากกำลังเติบโตบน Facebook ในยุคที่ธุรกิจกำลังเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัลและสร้างประโยชน์จากการใช้งานเครื่องมือและทรัพยากรต่าง ๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการทั้งส่วนธุรกิจและผู้บริโภค” คุณชวดี วงศ์พยัต หัวหน้าฝ่ายธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม Facebook ประจำประเทศไทย ขยายภาพทิศทางธุรกิจ SME ไทยในปัจจุบัน และเล่าข้อมูลสำคัญจากรายงานของ Facebook IQ ว่า “มือถือ” สร้างโอกาสทาง “ธุรกิจ”คุณชวดี เล่าว่า 97% ของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตชาวไทยระบุว่าใช้งานสมาร์ทโฟน และใช้มือถือเฉลี่ย 4.53 ชั่วโมงต่อวัน ใช้โซเชียลมีเดียเฉลี่ย 3 ชั่วโมงต่อวัน ขณะที่ 39% ของผู้ตอบแบบสำรวจดังกล่าวเป็นกลุ่ม Mobile First Shoppers คือ ใช้มือถือเป็นสื่อหลักและสื่อแรกในการตัดสินใจชอปปิ้ง (ซึ่ง 60% ของคนกลุ่มนี้อยู่ในวัยมิลเลเนียล) และอีก 30% ยังคงชื่นชอบการชอปปิ้งจากหน้าร้าน สำหรับช่วงเทศกาลของนักชอปที่ผ่านมา (ช่วงไตรมาสที่ 4 ของทุกปี จะมีการจัดกิจกรรมเทศกาลชอปปิ้งออนไลน์) จำนวน 2 ใน 3 ของนักชอปช่วงเทศกาลระบุว่ามือถือช่วยให้พวกเขาตัดสินใจซื้อเพราะได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนชัดเจนขึ้น โดย 55% ระบุว่าพวกเขาใช้มือถือเพื่อการชอปปิ้งในช่วงเทศกาลเพราะสะดวกกว่าการเดินทางไปยังหน้าร้าน และ Facebook กับ Instagram ได้กลายเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อการตัดสินใจชอปปิ้งในช่วงเทศกาลถึง 91% และ 70% ตามลำดับ “ในไทยมีผู้ใช้งาน Facebook 36 ล้านคนต่อวัน ทั้งตัวเลขผู้ใช้งานและการเติบโตทำให้ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในเอเชียแปซิฟิกที่ Facebook ให้ความสำคัญ ทั้งยังเป็นประเทศต้นแบบด้านโซเชียลคอมเมิร์ซที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทำให้นักพัฒนาของเราต้องเดินทางจากต่างประเทศเพื่อมาศึกษาพฤติกรรมคนไทย เพื่อพัฒนาเครื่องมือใหม่ ๆ ออกมารองรับการใช้งานได้อย่างเหมาะสม” โซเชียลคอมเมิร์ซ ทำเลทองหนุน SME สู่ความสำเร็จสถิติที่น่าสนใจซึ่งทำให้ SME ไม่ควรมองข้ามการใช้ช่องทางโซเชียลคอมเมิร์ซเพื่อเข้าถึงลูกค้า ได้แก่ 67% ซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ในเดือนที่ผ่านมา, 52% ใช้โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางแรกในการค้นหาแบรนด์และผลิตภัณฑ์, 51% ของนักชอปออนไลน์เคยซื้อสินค้าผ่านโซเชียลมีเดียโดยตรง และ 44% ก็เลือกใช้บริการชำระเงินผ่านมือถือในเดือนที่ผ่านมาด้วย เรื่องนี้ทำให้ Facebook เปิดเผยว่า SME ในประเทศไทยราว 4 ใน 5 ราย นิยมเริ่มต้นธุรกิจจาก Facebook ด้วยสาเหตุต่าง ๆ อาทิ 87% ระบุว่า Facebook คือหนึ่งในปัจจัยสร้างความสำเร็จให้ธุรกิจ และ 93% เห็นว่า Facebook ทำให้พวกเขาสามารถดึงดูดลูกค้าใหม่ ๆ ได้สำเร็จ โดย 89% ยอมรับว่าติดต่อกับลูกค้าผ่าน Facebook ซึ่ง 83% เห็นว่า Facebook ช่วยสร้างโอกาสเชิงเศรษฐกิจที่มีความสำคัญต่อชุมชนท้องถิ่น นอกจากนี้ หัวหน้าฝ่ายธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม Facebook ประเทศไทย ยังอธิบายเพิ่มเติมว่า Facebook พัฒนาฟีเจอร์ต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการค้าและประสบการณ์ใช้งานบนมือถืออย่างไร้รอยต่อ อาทิ Shop Section, Messenger Payment, Mask as Paid, Order Management รวมถึงฟีเจอร์ล่าสุดอย่าง Click to Messenger ads ที่จะเข้ามาช่วยสนับสนุนให้ร้านค้ามีช่องทางพูดคุยกับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและส่งเสริมการขายได้ในขณะเดียวกัน หรือแม้แต่ฟีเจอร์ Dynamic Ads for Page Shop ที่ทำให้ร้านค้าสามารถแนะนำสินค้าได้ตรงความต้องการลูกค้าแต่ละรายได้ดีขึ้น แตกต่างจากการทำโซเชียลคอมเมิร์ซในอดีตด้วยเทคโนโลยีแบบ Personalize ที่ Facebook นำมาใช้มากขึ้น “เราต้องยอมรับว่าไม่ใช่ SME ทุกรายที่มีเว็บไซต์ของตนเอง ดังนั้น Facebook จึงกลายเป็นเครื่องมือเชื่อมโยงลูกค้าและผู้ประกอบการบนโลกออนไลน์ที่เราพัฒนามาจากพฤติกรรมผู้บริโภคและ SME ไทยจริง ๆ รวมถึงการสนับสนุนให้ SME เข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ ซึ่งใช้อยู่บนมือถือ ขณะเดียวกัน เครื่องมือต่าง ๆ ที่ Facebook แนะนำก็เป็นการสร้างปัจจัย” เครื่องมือเหล่านี้ช่วยให้ SMB สามารถเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น แต่การสร้าง เอนเกจ ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญเพื่อทำให้เกิดออแกนิกคอนเทนต์ การสร้างคอนเทนต์สม่ำเสมอ การพูดคุยกับลูกค้า ก็เป็นการสร้างความน่าเชื่อถือที่ดีที่สุดด้วย CR : www.marketingoops.com/digital-life#ศูนย์ส่งเริมอุตสาหกรรมภาคที่3
12 ก.พ. 2562
ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงาน โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการบริหารธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป
ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงาน โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการบริหารธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป
วันที่ 6-8 กุมภาพันธ์ 2562 และ 12-14 กุมภาพันธ์ 2562 นางสาว พรทิพย์ คำฝอย นักวิชาการอุตสาหกรรมปฏิบัติการ ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงาน โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการบริหารธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป ณ สถานประกอบการ ดังนี้1. บริษัท สี่ร้อยฟาร์ม จำกัด จ.อ่างทอง2. บริษัท วัชรินทร์ อินเตอร์ฟู้ดส์ จำกัด3. หมูทุบ - เนื้อทุบ ตำบลต้นโพธิ์ จ.สิงห์บุรี4. โฮมสปาโปรดักส์ จ.สิงห์บุรี5. มะลิไพร จ.ลพบุรี6. ชุมชนคอสเมติกส์ จ.สิงห์บุรี7. โรงสีศรีธัญญวัฒนา จ.ลพบุรี8. ประกอบจิตร์ จ.ลพบุรี9. บริษัท อินเตอร์ โฟกัส ฟู้ดส์ จ.ลพบุรี10. จักรสีห์รวมใจ จ.สิงห์บุรี11. ไข่เค็มดินสอพอง ชมรมแม่บ้าน กองพันปฎิบัติการจิตวิทยา จ.ลพบุรี12. กะหรี่พัฟน้องเอ จ.สิงห์บุรี13. สวนไผ่ทองสุข จ.ลพบุรี14. ชีวาเนเชอรัลอินเตอร์ฟู้ด จ.ลพบุรี15. คุณน้าขนมโบราณ จ.สิงห์บุรี16. กลุ่มคุ๊กกี้สมุนไพรบุปผา จ.สิงห์บุรี17. กลุ่มเกษตรกรหมู่บ้านโพธิ์เก้าต้น จ.ลพบุรี #ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่3
06 ก.พ. 2562
ASEANbeauty 2019 - เวทีสำคัญยกระดับผู้ประกอบการความงามไทยสู่ตลาดโลก
ASEANbeauty 2019 - เวทีสำคัญยกระดับผู้ประกอบการความงามไทยสู่ตลาดโลก
ASEANbeauty 2019 - เวทีสำคัญยกระดับผู้ประกอบการความงามไทยสู่ตลาดโลก ASEANbeauty 2019 - งานจัดแสดงสินค้าความงามและสุขภาพ เพื่อธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน พบผู้ซื้อ-ผู้ร่วมจัดแสดงสินค้าชั้นนำจากทั้งไทยและต่างประเทศ ครอบคลุมทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ พร้อมเวทีจับคู่เจรจาธุรกิจระดับนานาชาติ และกิจกรรมอื่นๆอีกมากมายภายในงานเชื่อมต่อกับเครือข่ายธุรกิจความงามและสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน พบผู้ซื้อ-นักธุรกิจคุณภาพกว่า 12,000 คน จาก 50 ประเทศ และผู้แสดงสินค้าความงามและสุขภาพกว่า 350 บูธ จาก 20 ประเทศทั่วโลกพบโอกาสใหม่ๆในการทำธุรกิจ และแหล่งวัตถุดิบชั้นเยี่ยมที่ถูกรวบรวมมาจากทั้งภูมิภาคก่อนใคร พร้อมอัพเดตนวัตกรรมและสินค้าใหม่ล่าสุดจากทั่วทุกมุมโลกร่วมอัพเดตเทรนด์การตลาดใหม่ล่าสุด การสร้างแบรนด์ให้ประสบความสำเร็จ ด้วยสัมมนาการตลาดและวิชาการจากผู้เขี่ยวชาญ พบผู้แสดงสินค้าความงามและสุขภาพจากทั่วทุกมุมโลกกว่า 350 บูธ ผู้ซื้อคุณภาพจาก 50 ประเทศ ที่นำเสนอสินค้าและบริการใหม่ล่าสุดครอบคลุมทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ พร้อมโอกาสขยายเครือข่ายธุรกิจของคุณให้ก้าวไกลกว่าที่เคย กับการจับคู่เจรจาธุรกิจระหว่างผู้ซื้อและผู้ออกงาน และกิจกรรมอื่นๆมากมายตลอดงาน อาทิ การสัมมนาให้ความรู้ การสาธิตแสดงสินค้าบนเวที และสินค้านวัตกรรมล่าสุด เกี่ยวกับสุขภาพและความงามในโซน ASEANhealth and wellness ใน ASEANbeauty 2019 ถูกจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 5 หลังจากประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในครั้งที่ผ่านมา โดยใน ASEANbeauty 2018 นั้นมีผู้ประกอบการชั้นนำ เข้าร่วมออกงานกว่า 253 ราย โดย 36 % เป็นผู้แสดงสินค้าต่างประเทศ จาก 11 ประเทศทั่วโลก อาทิ ญี่ปุ่น เกาหลี จีน ไต้หวัน ฮังการี เบลเยี่ยม อินเดีย อเมริกา และ สิงคโปร์ ซึ่งในครั้งนี้ บริษัท ยูบีเอ็ม (เอเชีย) ประเทศไทย จำกัด ในฐานะผู้จัดงาน ต้องการตอกย้ำจุดยืนสำคัญของงาน ASEANbeauty ว่านี่คือเวทีสำคัญที่ต้องการจะยกระดับผู้ประกอบการไทยสู่ระดับโลก นอกจาก ASEANbeauty 2019 จะเป็นเวทีการเจรจาธุรกิจระดับนานาชาติแล้ว ผู้ประกอบการไทยก็ยังสามารถยกระดับความรู้ทั้งด้านวิชาการและ การตลาด เช่น การสร้างแบรนด์ สำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ กฎระเบียบและขั้นตอนการส่งออกสินค้าด้านความงามและสุขภาพไปยังอาเซียน การทำการตลาดอออนไลน์ และการค้าปลีกสำหรับอุตสาหกรรมความงามผ่าน เวทีสัมมนาภายในงาน ทั้งนี้ยังมีในส่วนของเวทีการแสดงสาธิตสินค้าที่จะนำเสนอนวัตกรรมและสินค้าใหม่ล่าสุดจากแบรนด์ชั้นนำอีกด้วย เรียกได้ว่ามางานเดียวครบครันทุกเรื่องความงามและสุขภาพ พบกับงาน ASEANbeauty 2019 ได้ใน วันที่ 2-4 พฤษภาคม 2562 ที่ ไบเทค บางน - http://www.thaifranchisecenter.com/event/show.php?etID=15862 #ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่3
06 ก.พ. 2562
กิจกรรมลงพื้นที่ให้คำปรึกษาด้านการสร้างแบรนด์, เก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์เพื่อใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการสำรวจร้านค้าเพื่อการออกแบบ แก่ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ ITC ในพื้นที่ จังหวัดชัยนาท
กิจกรรมลงพื้นที่ให้คำปรึกษาด้านการสร้างแบรนด์, เก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์เพื่อใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการสำรวจร้านค้าเพื่อการออกแบบ แก่ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ ITC ในพื้นที่ จังหวัดชัยนาท
4-5 กุมภาพันธ์ 2561 นายเอกนัย ตุ้มแก้ว นักวิชาการอุตสาหกรรม ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่3 ลงพื้นที่สถานประกอบการ ฟาร์มสบายใจ, วิสาหกิจชุมชนสวนสารพัดดี, บริษัท ยูเอ็มดี ฟาร์ม จำกัด, ร้านโคตรของฝาก จังหวัดชัยนาท เพื่อให้คำปรึกษาด้านการสร้างแบรนด์, เก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์เพื่อใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการสำรวจร้านค้าเพื่อการออกแบบ แก่ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ ITC ในพื้นที่ จังหวัดชัยนาท #ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่3
04 ก.พ. 2562
กิจกรรมอบรมเสริมสร้างองค์ความรู้การใช้ปัจจัยการผลิต เพื่อเพิ่มผลิตภาพการผลิตข้าวอินทรีย์ตามมาตรฐานสากล ครั้งที่ 1/4 พื้นที่จังหวัดนครสวรรค์
กิจกรรมอบรมเสริมสร้างองค์ความรู้การใช้ปัจจัยการผลิต เพื่อเพิ่มผลิตภาพการผลิตข้าวอินทรีย์ตามมาตรฐานสากล ครั้งที่ 1/4 พื้นที่จังหวัดนครสวรรค์
วันอังคารที่ 29 มกราคม 2562 นางสาวจันทร์แรม แดงโสภาพ นักวิชาการอุตสาหกรรมปฏิบัติการ และนางสาวชมพูนาถ อ่อนตานนท์ ช่างเย็บสานทอและประดิษฐ์ ช.๒ เจ้าหน้าที่ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 3 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ดำเนินการจัดกิจกรรมอบรมเสริมสร้างองค์ความรู้การใช้ปัจจัยการผลิต เพื่อเพิ่มผลิตภาพการผลิตข้าวอินทรีย์ตามมาตรฐานสากล ครั้งที่ 1/4 พื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ ณ ที่ทำการกลุ่มรักษ์เกษตรอินทรีย์๙ เลขที่ 13/2 หมู่1 ต.หนองกรด อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ภายใต้กิจกรรมพัฒนาการรวมกลุ่ม SMEs และเชื่อมโยงอุตสาหกรรม (Industrial Cluster Development) คลัสเตอร์ข้าวฅนอินทรีย์ ปีที่ 3 ปีงบประมาณ 2562 ดำเนินการโดย โดย ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 3 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ภายในกิจกรรมได้รับความร่วมมือจากสมาชิกกลุ่มคลัสเตอร์ข้าวฅนอินทรีย์ จังหวัดนครสวรรค์กว่า 25 คน ที่ตั้งใจเรียนรู้และมีความพึงพอใจอย่างดียิ่งในกิจกรรมครั้งนี้ และประธานสภาเกษตรกรจังหวัดนครสวรรค์ และผู้แทนจากเกษตรอำเภอเมืองนครสวรรค์ เข้าร่วมสังเกตุการและเป็นกำลังใจให้เกษตรกรผู้ผลิตข้าวอินทรีย์#คลัสเตอร์ข้าวฅนอินทรีย์#ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่3
29 ม.ค. 2562
เมื่อการตลาดยุคใหมา่ต้องอาศัยถึงหลักจิตวิทยา ความน่ากลัวของเขาวงกตดูดเงินที่มีชื่อว่า "IKEA"
เมื่อการตลาดยุคใหมา่ต้องอาศัยถึงหลักจิตวิทยา ความน่ากลัวของเขาวงกตดูดเงินที่มีชื่อว่า "IKEA"
สัปดาห์นี้ Tim Zuidgeest หนึ่งใน Neuromarketer ได้เขียนบทความเกี่ยวกับ IKEA ลงเว็บไซต์ TNW เพื่อวิเคราะห์ว่าตามหลัก Neuromarketing หรือจิตวิทยาการตลาดนั้น ทำไมผู้จำหน่ายเฟอนิเจอร์ชื่อดังจากสวีเดน ถึงทำให้ลูกค้ามีความสุขในการไปที่ร้านหรือห้างย่อมๆของพวกเขา แถมทุกครั้งที่ไปมักจะเสียทรัพย์มากกว่าที่ตั้งใจไว้เสมอ ซึ่งในฐานะที่เป็นนักการตลาดที่สนใจด้านนี้จึงขอนำมาเล่าต่อให้ฟัง พร้อมเพิ่มเติมคำอธิบายของผู้เขียนครับ #1 ประสบการณ์ชอปปิ้งสุดฟินปราศจากเด็กน้อยมางอแง การที่ผู้ปกครองต้องคอยพะวงกับเด็กๆ ที่เบื่อง่าย และพร้อมจะงอแงขอกลับบ้านตลอดเวลานั้น ทำให้เวลาและสมาธิในการซื้อของลดลง การมี Småland รวมถึงเมนูอาหารที่ถูกใจเด็กๆ ช่วยขจัดปัญหานี้ออกไป และเมื่อเวลากับสมาธิในการซื้อของเพิ่มขึ้น นั่นหมายถึงโอกาสที่เงินจะออกจากกระเป๋าคุณมากขึ้น #2 ภาวะไร้เวลาราวกับอยู่ในคาสิโน ถ้าสังเกตดูจะพบว่าในตัวอาคารนั้น ปราศจากหน้าต่าง รวมถึงนาฬิกาที่แขวนไว้แทบจะทั้งหมดก็ไม่ได้บอกเวลาที่แท้จริง นั่นทำให้คุณสามารถเพลิดเพลินกับการซื้อของแต่งบ้านที่คุณถูกใจได้เต็มเหนี่ยวโดยไม่ต้องกังวลเรื่องเวลา ซึ่งเป็นเทคนิคที่คาสิโนส่วนใหญ่ใช้เพื่อให้นักพนันส่วนใหญ่เสี่ยงโชคมาราธอนแบบข้ามวันข้ามคืนนั่นเอง #3 ดินสอและกระดาษจดที่สร้างความมุ่งมั่นในการซื้อ หลายคนมักจะแอบจิ๊กดินสอจากที่นั่น โดยคิดว่าตัวเองได้เปรียบ แต่จริงๆแล้วดินสอและกระดาษจดรายการของที่ต้องซื้อนี่แหล่ะ เป็นเทคนิคที่ทรงอานุภาพของยักษ์ใหญ่จากสวีเดน เพราะการที่คุณเขียนว่าจะซื้ออะไรลงไปบนกระดาษนั้น จะเพิ่มความตั้งใจและโอกาสที่คุณจะซื้อมากขึ้น เหมือนเวลาคุณเขียนสิ่งที่คุณตั้งใจจะทำบนกระดาษและแปะไว้ที่โต๊ะทำงาน หรือหัวนอนแล้วคุณมีโอกาสที่จะทำมันสำเร็จมากกว่านั่นแหล่ะ #4 ขจัดเหตุผลที่คนจะไม่ซื้อ เคยไหมที่พอไม่ซื้ออะไรก็ไม่ซื้อได้ แต่พอซื้อชิ้นแรกปุ๊บชิ้นสองสามสี่ ตามมาอย่างเขื่อนแตก เหมือนแบงค์พันถ้ายังไม่แตก อาจจะอยู่ได้นานหน่อย แต่แตกเมื่อไรมันพร้อมหายไปได้ง่ายๆทันที นั่นคือสาเหตุที่ IKEA มักจะวางของที่ซื้อง่ายๆสอดแทรกไว้ตามโซฟา ตู้เสื้อผ้า และเตียงนอน เพราะเมื่อคุณตัดสินใจซื้อของชิ้นแรกไปแล้ว สมองของคุณจะเปลี่ยนโหมดจากคิดว่า “จะซื้อหรือไม่ซื้อดี” เป็น “จะซื้ออะไรต่อไปดี” ซึ่งเรื่องนี้จะเป็นจริงหรือไม่นั้น สาวๆที่รักการชอปปิ้งน่าจะให้คำตอบได้ดีที่สุด #5 ร้านอาหารราคาไม่แพงเทคนิคที่คุ้นเคย อาหารราคาไม่แพงนั้นดึงดูดคนให้มาที่นี่ก่อน ซึ่งเมื่อทานเสร็จแล้วเป็นไปได้ว่าพวกเขาอาจซื้อของอะไรต่อ เป็นเทคนิคเดียวกับที่คุณอนันต์ อัศวโภคิน แห่ง แลนด์แอนด์เฮ้าส์ ใช้กับ Terminal21 จนสำเร็จมาแล้ว แต่มากกว่าการต้อนคนเข้าห้างนั้น อาหารราคาถูกแทบไม่มีกำไรนั้น ยังเป็นการใช้ของที่เรารู้ราคาเป็นอย่างดี เพื่อเล่นกับความรู้สึกว่า ถ้า IKEA ขายอาหารถูกขนาดนี้ คงขายอย่างอื่นถูกด้วยแหล่ะ ซึ่งบางทีอาจไม่ใช่ความจริงเสมอไป และจะว่าไปแล้วนี่ก็เป็นเทคนิคที่ห้างขายส่งชอบใช้ด้วยการลดราคาสินค้าอย่าง ปีกไก่ น้ำตาล นม ข้าวสาร แฟ้บ เพื่อให้รู้สึกว่าห้างนี้ขายของถูกนั่นเอง #6 จบให้สวย ช่วยให้จดจำ แบรนด์เฟอร์นิเจอร์รายนี้ เข้าใจเป็นอย่างดีว่า คนเราแทบทุกคนน่าจะมีอาการจิตตกกันบ้าง เมื่อเห็นเห็นเงินปลิวออกจากกระเป๋าที่แคชเชียร์ การสร้างประสบการณ์ที่ดี ด้วยฮอทดอกและไอศครีม อาหารมหาชนในราคาถูกแบบหาที่ไหนไม่ได้นั้น จึงเป็นการเปลี่ยนให้เป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจ และจดจำมากขึ้น หรืออย่างน้อยๆ ก็ไอศครีมก็น่าจะเพิ่มน้ำตาลทำให้คุณอารมณ์ดีขึ้นแหล่ะน่า และนั่นคือ 6 ข้อจาก IKEA ที่น่าจะเป็น IDEA ให้นักการตลาดทุกท่านสามารถนำไปประยุกต์ใช้ต่อได้ครับ AHEADER’S THOUGHT ถึงหลายคนจะเห็นว่าไอเดียเหล่านี้เจ๋ง แต่ใช่ว่าจะได้ผลสำหรับทุกคนเสมอไป อย่างน้อยก็กับคุณแม่รายนี้ที่ให้ความเห็นว่าการเดินในเขาวงกตเพื่อตามหาเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องการ ไม่ได้สนุก หรือน่าตื่นตาตื่นใจเหมือนลูกค้ารายอื่น Our Guest Contributor ฉกาจ ชลายุทธ หรือเรียกกันในโลกออนไลน์ว่า โมเล็ก (Molek) จบการศึกษาปริญญาโทด้าน อณูพันธุศาสตร์และพันธุวิศวกรรมศาสตร์ มหิดล เริ่มต้นงานด้าน Digital ตั้งแต่ยุค Web 2.0 โดยเขียนเนื้อหาต่าง ๆ ลงเว็บไซต์ blognone.com และเริ่มทำงานด้าน Social Media ตั้งแต่เรียนจบโท ที่ thoth media จากนั้น ย้ายสายงานมาดูเรื่อง Digital Marketing ที่ IPG Mediabrand ทำให้เข้าใจบทบาท Media ขึ้งปัจจุบันทำงานเป็น Head of Strategic Marketing ใน Agency ชื่อ โฟอินิแคส และเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท Chaos Theory ที่ทำเรื่องการศึกษาพฤติกรรมและจิตวิทยาของมนุษย์ นอกจากนี้ยังเป็น นักเขียน insider ให้ Marketingoops.com
29 ม.ค. 2562