การค้นหาขั้นสูง

หมวดหมู่
การตรวจและรับฟังรายงานผลการตรวจสอบด้านการเงินการบัญชีเงินงบประมาณ เงินทุนหมุนเวียนฯ การเร่งรัดหนี้ ลูกหนี้เงินทุนหมุนเวียน การพัสดุ และการใช้รถยนต์ราชการ
การตรวจและรับฟังรายงานผลการตรวจสอบด้านการเงินการบัญชีเงินงบประมาณ เงินทุนหมุนเวียนฯ การเร่งรัดหนี้ ลูกหนี้เงินทุนหมุนเวียน การพัสดุ และการใช้รถยนต์ราชการ
วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน 2561 นางเฉลา ศรีเพ็ชร์ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 3 เป็นประธานปิดการตรวจและรับฟังรายงานผลการตรวจสอบด้านการเงินการบัญชีเงินงบประมาณ เงินทุนหมุนเวียนฯ การเร่งรัดหนี้ ลูกหนี้เงินทุนหมุนเวียน การพัสดุ และการใช้รถยนต์ราชการ ของศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 3 จากเจ้าหน้าที่ กลุ่มตรวจสอบภายใน กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ณ ห้องประชุมชั้น 2 ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 3 จังหวัดพิจิตร
15 พ.ย. 2561
เปิดกลยุทธ์ราคา Lazada-Shopee ซื้อของวันไหนถูกสุด พร้อมทิศทางการทำ E-Commerce ยุคใหม่
เปิดกลยุทธ์ราคา Lazada-Shopee ซื้อของวันไหนถูกสุด พร้อมทิศทางการทำ E-Commerce ยุคใหม่
เปิดกลยุทธ์ราคา Lazada-Shopee ซื้อของวันไหนถูกสุด พร้อมทิศทางการทำ E-Commerce ยุคใหม่ ปัจจุบันแทบไม่มีใครไม่เคยซื้อของ Online แล้ว เพราะด้วยความสะดวก รวมถึงโปรโมชั่นต่างๆ ที่สุดแสนจะจูงใจ แต่รู้หรือไม่ว่าซื้อของ Online วันไหนราคาถูกที่สุด? วันนี้ Brand Inside จะมาเปิดเผยเรื่องนี้ให้รู้กัน ทุกวันหวยออกสินค้าจะมีราคาถูกที่สุดเมื่ออ้างอิงข้อมูลจาก aCommerce หนึ่งในผู้ให้บริการเครื่องมือเกี่ยวกับ E-Commerce จะพบว่า Marketplace ต่างๆ ในประเทศไทยเช่น Lazada และ Shopee โดยเฉลี่ยแล้วจะปรับราคาลดลงในทุกวันที่ 1 กับ 16 ของเดือน ก่อนที่จะค่อยๆ ปรับตัวเพิ่มขึ้น และมีราคาแพงที่สุดในทุกสิ้นเดือน แต่ถ้าหากใครรอไม่ไหว แนะนำให้ซื้อในทุกวันพุธของแต่ละสัปดาห์ เพราะเฉลี่ยแล้วราคาสินค้าใน Marketplace ต่างๆ จะลดลงราว 3% เมื่อเทียบกับราคาปกติ ถือเป็นการกระตุ้นยอดซื้อขายในช่วงกลางสัปดาห์ ต่างกับวันอังคารที่ราคาสินค้าโดยเฉลี่ยจะเพิ่มจากราคาตั้งต้น 4% เลยด้วย อย่างไรก็ตามหากยังไม่เชื่อว่าการลดลราคานั้นมีจริงก็อยากให้ไปลองสังเกตสินค้าหมวดหมู่ Health & Beauty, Automotive & Motorcycles, Sports & Outdoors, Computers & Laptops และ Mother & Baby เพราะสินค้าในกลุ่มนี้จะลดราคา 30-50% ซึ่งสามารถสังเกตเห็นได้ทั่วไปเลยด้วย สำหรับทิศทางของ E-Commerce หลังจากนี้ ในมุมของผู้ขายจำเป็นต้องใส่ใจในเรื่องการรีวิวสินค้ามากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่จำหน่ายสินค้ากลุ่ม FMCG เพราะสินค้าเหล่านี้ต้องใช้ทันที ทำให้ถูกรีวิวเกี่ยวกับการส่งสินค้ามากที่สุด และหากการส่งสินค้าไม่เร็วตามที่บอกไว้ ก็เสี่ยงที่จะถูกรีวิวในแง่ลบ และทำให้ยอดจำหน่ายไม่ดีอย่างที่ควรจะเป็น นอกจากนี้ยังต้องใส่ใจกับเรื่อง Follower ในแต่ละ Marketplace ด้วย เพราะผู้ซื้อจะเริ่มหาสินค้าจากใน Marketplace มากกว่าเสิร์ชจาก Google เพราะมันตรงกับเป้าการค้นหากว่า และหากมี Follower ในแต่ละแพลตฟอร์มเยอะ โอกาสเข้าถึงลูกค้าก็ดีกว่าเดิม และจุดนั้นการทำ Marketing ก็จะมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ส่วนมุมผู้ซื้อนั้น เพียงแค่ซื้อสินค้าในวันหวยออก หรือถ้ารอไม่ไหวก็ให้ซื้อวันพุธแทน แต่ถ้าอยากได้รับสิทธิ์ซื้อสินค้าในราคาพิเศษจริงๆ แนะนำให้กดติดตามเป็น Follower ตามร้านต่างๆ รวมถึงหมั่นรีวิวสินค้าด้วย เพราะแบรนด์สินค้าต่างๆ พร้อมที่จะทำ Marketing กับพวกคุณ เพื่อเป็นลูกค้ากันในระยะยาว สรุปE-Commerce เปลี่ยนเร็วมาก ยิ่งในมุมผู้ค้าแล้ว การเปลี่ยนความคิดของตัวเองให้ทัน เช่นการยอมไปเปิดร้านค้าอย่างเป็นทางการในแต่ละ Marketplace หรือการยอมเสียเงินค่าการตลาดให้กับ Follower เพียงเล็กน้อยเพื่อจูงใจให้เขาเป็นลูกค้ากันยาวๆ ก็นับว่าคุ้มกว่าการอยู่เฉยๆ แล้วไม่ทำอะไรเลย CR : Brandinside#ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่3
14 พ.ย. 2561
พิธีเปิดงานกินปลาชมบึง ครั้งที่ 5
พิธีเปิดงานกินปลาชมบึง ครั้งที่ 5
วันอังคารที่ 13 พฤศจิกายน 2561 นางเฉลา ศรีเพ็ชร์ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 3 และเจ้าหน้าที่ ร่วมพิธีเปิดงานกินปลาชมบึง ครั้งที่ 5 โดยมีนายวรพันธ์ สุวัณณุสส์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร เป็นประธานในพิธี ณ บึงสีไฟ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิจิตร
13 พ.ย. 2561
ประชุมระดมความคิดเห็นและติดตามความก้าวหน้าโครงการหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (CIV) บ้านลานดอกไม้ตก อ.โกสัมพีนคร จ.กำแพงเพชร
ประชุมระดมความคิดเห็นและติดตามความก้าวหน้าโครงการหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (CIV) บ้านลานดอกไม้ตก อ.โกสัมพีนคร จ.กำแพงเพชร
วันอังคารที่ 13 พฤศจิกายน 2561 นางเฉลา ศรีเพ็ชร์ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 3 และเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมประชุมระดมความคิดเห็นและติดตามความก้าวหน้าโครงการหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (CIV) บ้านลานดอกไม้ตก อ.โกสัมพีนคร จ.กำแพงเพชร โดยมีนายสมเกียรติ ราชคมน์ อุตสาหกรรมจังหวัดกำแพงเพชร เป็นประธานการประชุม ณ ห้องประชุมสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดกำแพงเพชร ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดกำแพงเพชร
13 พ.ย. 2561
การตรวจสอบภายในศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 3
การตรวจสอบภายในศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 3
วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน 2561 นางเฉลา ศรีเพ็ชร์ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 3 เป็นประธานเปิดการตรวจสอบภายในศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 3 โดยมีนางสาวอัญชลีย์พร เขียวเกษม ผู้อำนวยการกลุ่มตรวจสอบภายใน กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และคณะฯ เป็นผู้ตรวจสอบ ณ ห้องประชุมชั้น 2 ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 3 จ.พิจิตร
12 พ.ย. 2561
10 เคล็ดลับในการใช้ Instagram สำหรับธุรกิจ
10 เคล็ดลับในการใช้ Instagram สำหรับธุรกิจ
10 เคล็ดลับในการใช้ Instagram สำหรับธุรกิจ นอกจาก Facebook แล้วยังมีโซเชียลมีเดียอื่นๆ ที่ให้แบรนด์เลือกใช้ในการสื่อสารกับผู้บริโภค ลองมาดู 10 เคล็ดลับในการใช้ Instagram ในเชิงธุรกิจกันดูบ้าง โซเชียลมีเดียแต่ละตัวขึ้นชื่อว่ามีคาแรคเตอร์ที่แตกต่างกันออกไป และมีกลุ่มผู้ใช้งานที่แตกต่างกันด้วย สำหรับ Instagram หลายคนเล่นเพื่อต้องการโชว์รูปภาพสวยๆ ไม่ต้องการเน้นอ่านข้อความใดๆ มาก แต่ในช่วงหลังก็ได้ออกฟีเจอร์ใหม่ๆ ทีเน้นเรื่องวิดีโอมากขึ้น ทำให้คนใช้งานแอคทีฟขึ้นเช่นกัน พบว่ามีหลายแบรนด์ที่เลือกใช้ Instagram ในการสร้างแบรนด์มากขึ้น ทำให้การเติบโตของการใช้งานสำหรับภาคธุรกิจเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยมีงานวิจัยพบว่า 66% ของแบรนด์มีการใช้ Instagram ในการสื่อสารกับผู้บริโภค ถือว่าเป็นการใช้โซเชียลมีเดียเป็นอันดับที่ 2 เพิ่มขึ้นจากอันดับที่ 4 ในปี 2017 หากแบรนด์ไหนที่วางแผนอยากใช้งาน Instagram ลองดู 10 เคล็ดลับในการใช้งานสำหรับธุรกิจ 1. เป็นตัวตนของตัวเองดีที่สุด แบรนด์ต่างๆ มักโดนกับดักของการใช้ภาพจาก Stock หรือภาพกราฟิกโปรโมตแบบเกินจริง แต่จริตของ Instagram เป็นเรื่องของความเรียล ความจริงใจ การที่ใช้ภาพแบบธรรมชาติยังช่วยให้ผู้บริโภคได้เห็นวัฒนธรรม หรือความเป็นตัวตนของแบรนด์ได้มากขึ้นด้วย ต้องโกไลฟ์แล้วตอนนี้การไลฟ์สดกลายเป็นเทรนด์ของการตลาดบนโลกออนไลน์ไปแล้ว โดยที่ 61% ของนักการตลาดบอกว่าพวกเขาวางแผนที่จะเพิ่มกลยุทธ์การไลฟ์สดให้มากขึ้น เพราะผู้ชมชอบดูคอนเทนต์แบบเรียลไทม์ จังหวะต้องดีInstagram เป็นแพลตฟอร์มที่มีการโพสท์คอนเทนต์ง่ายที่สุดแพลตฟอร์มหนึ่ง สามารถถ่ายภาพได้ทุกที่ที่คุณอยู่ พูดในที่ประชุม อยู่ในออฟฟิศ เปิดตัวสินค้าใหม่ แต่การโพสท์ต้องมีจังหวะในการโพสท์ที่ดี ต้องมีภาพที่เหมาะสมอยู่ในช่วงเวลาที่เหมาะสม ต้องมีการสนทนาตอบโต้เช่นเดียวกันกับโซเชียลมีเดียอื่นๆ ที่ต้องสร้างเอ็นเกจเมนต์กับผู้บริโภคให้ได้ เมื่อมีการโพสท์ก็ต้องมีการโต้ตอบ มีการสนทนาทั้งกับผู้บริโภคเอง หรือจะเป็นผู้มีอิทธิพลต่างๆ บนโลกออนไลน์ด้วยก็ได้ แนบลิงก์แปะบนประวัติของคุณความท้าทายที่พบเจอบ่อยมากที่สุดในการใช้ Instagram ก็คือผู้ใช้ไม่สามารถโพสท์ลิงก์บนแคปชั่น หรือคำบรรยายใต้ภาพได้ แต่สามารถแนบลิงก์ในส่วนของประวัติส่วนตัวที่อยู่ด้านบนของแพลตฟอร์มได้ จะเปลี่ยนลิงก์ตามจังหวะ หรือช่วงที่ต้องการโปรโมตสินค้า โปรโมชั่นต่างๆ ได้ ต้องเป็น StorytellerInstagram มีคาแรคเตอร์ในการเล่าเรื่องราวผ่านภาพ โพสท์ต่างๆ ควรเป็นมากกว่าการโพสท์โปรโมตแบรนด์ หรือสินค้า โปรโมชั่น แต่ควรเป็นการเล่าเรื่องราว เล่าสตอรี่ต่างๆ ผ่านภาพ และเชื่อมโยงมายังแบรนด์ เป็นอีกวิธีในการดึงดูดความสนใจได้ เทคโอเวอร์บัญชีอื่นๆการเข้าเทคโอเวอร์บัญชีที่มีฐานผู้ติดตามอยู่แล้ว ไม่ว่าจะป็นพาร์ทเนอร์ หรือคู่ค้าต่างๆ ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีในการสร้างทางลัดของการสร้างบัญชีเช่นกัน หรือมีการทำคอนเทนต์ร่วมกันกับบัญชีอื่นๆ ช่วยดึงดูดความสนใจ และเกิดประโยชน์ทั้งสองฝ่ายได้ ได้ดาต้าของผู้ชมนอกจากจะได้สื่อสารกับผู้บริโภคแล้ว ยังสามารถเก็บดาต้าของลูกค้า หรือผู้ติดตามได้ด้วย อาจจะเป็นจากการตอบคำถามจากคลิปวิดีโอสั้นๆ นำเสนอข้อเสนอพิเศษได้ ฟีเจอร์ Stories เป็นอีกฟีเจอร์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มผู้ใช้ ทำให้มีการใช้งานแอคทีฟมากขึ้น แบรนด์ก็เริ่มมีการใช้ในการสื่อสารกับผู้ชมเช่นกัน โดยสามารถนำเสนอข้อเสนอพิเศษสำหรับคนที่ติดตาม Stories ของคุณได้ เพื่อกระตุ้นให้ผู้ชมมีส่วนร่วม และสร้างเอ็นเกจเมนต์กับแบรนด์ อย่าแค่ถาม แต่ต้องให้แสดงความคิดเห็นในอดีตแบรนด์อาจจะแค่ทำการสำรวจกับผู้บริโภคโดยการโพสท์ภาพบางอย่าง เพื่อทำการสำรวจความนิยมสินค้าในอนาคต แต่อย่าลืมที่จะให้ผู้บริโภคแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมด้วย อาจจะเปิดให้ Direct Messages หรือคอมเม้นต์ แล้วเอาความคิดเห็นมาพัฒนาต่อไปในอนาคต เชื่อเถอะว่ามันดีกว่าการตั้งคำถามปลายปิดว่าอันไหนดีกว่ากัน CR : Brandinside #ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่3
12 พ.ย. 2561
World Bank เผย ไทยครองอันดับ 3 ใน ASEAN ทำเริ่มต้นธุรกิจง่ายที่สุด แชมป์คือ “สิงคโปร์”
World Bank เผย ไทยครองอันดับ 3 ใน ASEAN ทำเริ่มต้นธุรกิจง่ายที่สุด แชมป์คือ “สิงคโปร์”
World Bank เผย ไทยครองอันดับ 3 ใน ASEAN ทำเริ่มต้นธุรกิจง่ายที่สุด แชมป์คือ “สิงคโปร์” World Bank จัดทำรายงานประเทศที่เริ่มต้นธุรกิจได้ง่ายที่สุด โดยอันดับ 1 ของอาเซียนคือประเทศสิงคโปร์ ส่วนประเทศไทยปีที่ผ่านมามีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยได้อันดับที่ 3 ของอาเซียน แต่ยังตามมาเลเซียอยู่ World Bank เผยรายงาน The Doing Business 2019 ซึ่งรายงานถึงความยากง่ายในการเริ่มต้นทำธุรกิจทั่วโลกฉบับล่าสุด ซึ่ง World Bank จัดทำรายงานนี้มากว่า 16 ปีแล้ว โดยปีนี้มีการเปลี่ยนแปลงหลายอันดับ ไม่ว่าจะเป็น อินเดีย จีน หรือแม้แต่ประเทศไทย ที่มีพัฒนาการของประเทศที่ดีขึ้น การประเมินด้านต่างๆ ของ World Bank ในรายงานฉบับนี้ประกอบไปด้วยการขอจดทะเบียนทำธุรกิจ การขออนุญาตก่อสร้างโรงงานหรือคลังสินค้า การขอติดตั้งไฟฟ้าเข้าสู่ธุรกิจ เรื่องของภาษี ข้อกฏหมายต่างๆ หรือแม้แต่ในด้านของแรงงาน ฯลฯ สำหรับในปีนี้ประเทศไทยครองอันดับที่ 27 ในรายงานนี้ และเป็นอันดับ 3 ในอาเซียน ส่วนแชมป์ในอาเซียนนั้นยังคงเหมือนเดิมคือประเทศสิงคโปร์ ตามมาด้วยมาเลเซีย ส่วนอันดับท้ายสุดคือติมอร์ตะวันออก มุมมองของ World Bank สำหรับพัฒนาการของประเทศไทยในปีที่ผ่านมาสำหรับการเริ่มต้นทำธุรกิจ มองว่าการขอไฟฟ้าง่ายขึ้น การจดทะเบียนธุรกิจใหม่ง่ายขึ้นกว่าเดิม มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการขนส่งสินค้าข้ามชายแดน อย่างเช่น E-Matching รวมไปถึงการจ่ายภาษีของกรมสรรพากรที่สะดวกมากยิ่งขึ้น ส่วนอันดับ 1 ในการทำธุรกิจที่ง่ายที่สุดในโลกคือประเทศนิวซีแลนด์ ในปีที่ผ่านมานั้นประเทศนิวซีแลนด์ได้ลดค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนธุกิจลดลงกว่าเดิม และมีขั้นตอนต่างๆ ใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงก็สามารถจดทะเบียนบริษัทในประเทศได้ ส่วนประเทศจีนสามารถทำอันดับให้ติด 1 ใน 50 ประเทศที่สามารถทำธุรกิจได้ง่าย ปีที่ผ่านมานั้นทางการจีนพัฒนาในเรื่องสำคัญๆ โดยเฉพาะการขอติดตั้งไฟฟ้าจากเดิมอยู่ที่ประมาณ 150 วัน ลดลงเหลือเพียงแค่ประมาณ 30 วัน ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญมาก อีกประเทศที่ต้องจับตามองคือประเทศอินเดีย หลังจากที่นายกรัฐมนตรีของประเทศอินเดียเคยประกาศศนโยบายให้ประเทศอินเดียสามารถทำธุรกิจได้ง่ายขึ้นมากกว่าเดิม ล่าสุดในรายงานนี้ อินเดียสามารถติดอันดับที่ 77 ประเทศที่ทำธุรกิจได้ง่าย ซึ่งในปีที่แล้วอินเดียนั้นอยู่ที่อันดับ 100 CR : Brandinside #ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่3
09 พ.ย. 2561
" จีนขน 200 บริษัท เจาะไทย-อาเซียน!! " 2018 ASEAN (BANGKOK) CHINA IMPORT & EXPORT COMMODITIES FAIR (ACIEC2018)
" จีนขน 200 บริษัท เจาะไทย-อาเซียน!! " 2018 ASEAN (BANGKOK) CHINA IMPORT & EXPORT COMMODITIES FAIR (ACIEC2018)
" จีนขน 200 บริษัท เจาะไทย-อาเซียน!! "2018 ASEAN (BANGKOK) CHINA IMPORT & EXPORT COMMODITIES FAIR (ACIEC2018) 16-18 พฤศจิกายน 2561@ อิมแพค เมืองทองธานี จีนเปิดเกมรุก! ขน 200 บริษัทชั้นนำ จาก 10 มณฑล จัดงานแฟร์ใหญ่ เล็งหาคู่ธุรกิจเปิดตลาดระบายสินค้าในไทยและอาเซียน ลดผลกระทบสงครามการค้า ขณะเชิญ 130 ประเทศ จัดงานที่เซี่ยงไฮ้ ระบุเป็นครั้งแรกจีนจะเป็นผู้ซื้ออย่างเดียว เป้าลดนำเข้าจากสหรัฐฯ พาณิชย์ส่งสัญญาณ 3 สินค้าจีน-สหรัฐฯ ทะลักไทยพุ่ง สงครามการค้าที่สหรัฐอเมริกากดปุ่มขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนไป 3 รอบแล้ว รวมกว่า 6,800 รายการ คิดเป็นมูลค่า 2.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลให้สินค้าจีนต้องเร่งหาที่ระบายทดแทนการส่งออกไปยังตลาดสหรัฐฯ หนึ่งในตลาดหลักที่จีนมอง คือ อาเซียน ซึ่งรวมทั้งไทย จัดทัพ 200 บริษัท ลุยไทยนายอู๋ จื้อ อี้ นายกสมาคมการค้าและการลงทุนเอเชียนสากล เผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ระหว่างวันที่ 16-18 พ.ย. นี้ ทางสมาคมจะจัดงานมหกรรมแสดงสินค้ามาตรฐานไทยและจีนส่งออก (ACIEC 2018) ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยการจัดครั้งนี้ได้นำผู้ประกอบการจาก 10 มณฑลของจีน รวมประมาณ 200 บริษัท มาจัดแสดงสินค้า เป้าหมายเพื่อเจรจาธุรกิจ การจัดบิสิเนสแมตชิ่ง เพื่อหาคู่ค้า และตัวแทนจำหน่ายเพื่อเปิดตลาดการค้าในไทยและอาเซียนให้มากขึ้น สินค้าที่จะนำมาจัดแสดงในครั้งนี้ ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ยาจีนและยาสมุนไพรจีน เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าและผิวกาย อุปกรณ์การแพทย์ เครื่องจักรอิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์การก่อสร้าง เครื่องจักรกลการเกษตร อุปกรณ์ทางการเกษตร เครื่องใช้ไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์อนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม อะไหล่เครื่องยนต์และจักรยานยนต์ สิ่งทอ และอาหารแปรรูป เป็นต้น "200 บริษัทจีน ที่จะมาจากเมืองหลานโจว มณฑลกานซู่มากที่สุดกว่า 30 บริษัท นอกจากนี้จะมีบริษัทไทยมาร่วมออกงาน 40-50 บูธ และจากลาวอีกประมาณ 10 บูธ เป้าหมายผู้ชมงานที่เป็นนักธุรกิจและประชาชนทั่วไปเข้าชมงานไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นราย" แหล่งข่าวจากหอการค้าไทย มองว่า การจัดงานครั้งนี้เป้าหมายหลัก นอกจากเพื่อเปิดตลาดการค้าสินค้าจีนในไทยและอาเซียนให้ขยายตัวเพิ่มขึ้นแล้ว ส่วนหนึ่งเพื่อระบายสินค้าจีนที่ได้รับผลกระทบจากการขึ้นภาษีสินค้าจีนของสหรัฐฯ ทำให้มีต้นทุนที่สูงขึ้นและขายได้ลดลง นายอู๋ จื้อ อี้ เผยอีกว่า จากผลกระทบสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน ล่าสุด ทางการจีนได้สั่งให้มีการจัดงานแสดงสินค้าจากต่างประเทศที่เซี่ยงไฮ้ ชื่องาน China International Import Expo ตัวย่อ CIIE ระหว่างวันที่ 5-10 พ.ย. 2561 การจัดงานครั้งนี้มีความพิเศษ คือ ได้เชิญผู้ประกอบการจาก 130 ประเทศทั่วโลก ทั้งจากอาเซียน ซึ่งรวมทั้งไทย ญี่ปุ่น ยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง รวมถึงสหรัฐฯ และอื่น ๆ มาจัดแสดงสินค้า โดยที่ไม่มีภาคธุรกิจของจีนร่วมแสดงสินค้า แต่ภาคธุรกิจของจีนจะเป็นผู้ซื้อสินค้าเพียงอย่างเดียว "จีนต้องการซื้อสินค้าจากประเทศอื่น เพื่อทดแทนสินค้าสหรัฐฯ ที่ถูกขึ้นภาษีมากขึ้น จากปัจจุบัน คู่ค้า 4 อันดับแรกของจีน ได้แก่ ยุโรป สหรัฐฯ อาเซียน และญี่ปุ่น" เป้าตลาดจีน-สหรัฐฯ ปี 62 ยังบวกนางสาวจีรนันท์ หิรัญญสัมฤทธิ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) หรือ ทูตพาณิชย์ ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน กล่าวว่า สงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน ด้านบวกส่งผลดีต่อสินค้าเกษตรของไทยที่ส่งออกไปจีนและสหรัฐฯ เพื่อทดแทนสินค้าของอีกฝ่ายได้เพิ่มขึ้น ส่วนด้านการลงทุน มองว่าทั้งจีนและสหรัฐฯ จะมีการย้ายหรือขยายฐานการผลิตมายังประเทศในเอเชียมากขึ้น โดยไทยเป็นหนึ่งในตัวเลือก ส่วนด้านลบ กลุ่มสินค้าที่ไทยเป็นซัพพลายเชนให้กับจีน เพื่อผลิตและส่งออกต่อไปสหรัฐฯ ได้รับผลกระทบ "ภาพรวมการส่งออกไทยไปจีนช่วง 8 เดือนแรกปีนี้ มีมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัวที่ 6.2% ทั้งปีนี้ตั้งเป้าไว้ที่ 2.95 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คาดว่าน่าจะได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ ส่วนปี 2562 เบื้องต้น ได้ตั้งส่งออกไปตลาดจีนจะขยายตัวได้ที่ 12% มูลค่า 3.18 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยแผนงานกิจกรรมที่จะดำเนินการ คือ การเจาะตลาดสินค้ากลุ่มไฮเอนด์ รุกสู่เมืองรองและรุกค้าออนไลน์ให้มากขึ้น" นายนพดล ทองมี ผู้อำนวยการ สคต. ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เผยว่า ช่วง 8 เดือนแรกปีนี้ ยอดส่งออกไทยไปสหรัฐฯ ขยายตัว 5.4% ส่วนเป้าทั้งปีอยู่ที่ 6% คาดจะสามารถทำได้ตามเป้าหมาย ส่วนเป้าตลาดสหรัฐฯ ปี 2562 ต้องรอเสนอ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่จะมาให้นโยบายในวันที่ 18 ต.ค. นี้ก่อน แต่เบื้องต้น คาดจะขยายตัวในอัตราใกล้เคียงกับปีนี้ที่ 5-6% อย่างไรก็ดี ในปีหน้าสิ่งที่ต้องระวัง คือ สหรัฐฯ กำลังมอง 10 ประเทศแรก ที่ได้ดุลการค้าสหรัฐฯ แม้ไทยจะไม่ได้อยู่ในกลุ่มนี้ แต่ก็มีความสุ่มเสี่ยงที่อาจถูกใช้มาตรการเพื่อลดการขาดดุลการค้า โดยสินค้าที่ต้องเฝ้าระวัง อาทิ ยานยนต์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อุตสาหกรรมหนัก เป็นต้น ด้าน นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงผลกระทบทางอ้อมจากสงครามการค้า มีสัญญาณของการระบายสินค้าที่ถูกใช้มาตรการมายังไทย ช่วง 8 เดือนแรกปีนี้ เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ขยายตัวเพิ่มขึ้น เช่น ถั่วเหลือไทยมีการนำเข้าจากสหรัฐฯ เพิ่ม 50% จากจีนเพิ่ม 4%, เครื่องสำอางจากจีนเพิ่มขึ้น 50% จากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 18% และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากจีนเพิ่มขึ้น 125% และจากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 10% เป็นต้น CR : ฐานเศรษฐกิจ#ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่3
08 พ.ย. 2561
รายงาน Global Digital Trends ไตรมาส 4 ปี 2018 มีคน 3.4 พันล้านคน เล่น Social Media เป็นประจำ
รายงาน Global Digital Trends ไตรมาส 4 ปี 2018 มีคน 3.4 พันล้านคน เล่น Social Media เป็นประจำ
รายงาน Global Digital Trends ไตรมาส 4 ปี 2018 มีคน 3.4 พันล้านคน เล่น Social Media เป็นประจำ Hootsuite และ We are Social เปิดเผยรายงาน 2018 Global Digital Trends ประจำไตรมาส 4 เผยให้เห็น “พันล้านถัดไป” กำลังจะกลายเป็นเรื่องจริงในเร็ววัน เนื่องมาจากมีผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตมากขึ้นเรื่อยๆ ในประเทศกำลังพัฒนา โดยตอนนี้มนุษย์กว่า 4.18 พันล้านคนเข้าถึงโลกอินเทอร์เน็ต และมีคน 3.4 พันล้านใช้โซเชี่ยลมีเดียเป็นประจำ ทำให้คำพูดที่ว่า “อินเทอร์เน็ตกำลังจะครอบครองโลก” อาจจะกลายเป็นจริง เพราะโลกแห่งความบันเทิงที่ถูกเปิดกว้าง ให้ได้ง่ายและสะดวกสบาย ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มีรายงานมากมายออกมาเปิดเผยจำนวนผู้ใช้อินเตอร์เน็ตจำนวนมากด้วยอัตราการเติบโตที่รวดเร็วในแต่ละปี จึงไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่หากในปี 2018 นี้จะมีมนุษย์เกือบ 4.2 พันล้านคนอยู่บนโลกออนไลน์ ซึ่ง 3.4 พันล้านในจำนวนนั้นคือผู้ใช้ Social Media เป็นประจำ รายงานนี้ยังแสดงให้เห็นถึงมีคนมากขึ้นเรื่อยๆ ที่ติดต่อกันทางอุปกรณ์มือถือ จากผู้ใช้อินเตอร์เน็ตผ่านมือถือ 5.11 พันล้านคน มี 3.17 พันล้านคนที่เป็นผู้ใช้ Social Media เป็นประจำด้วยเช่นกัน สงครามของ Social Media สงครามระหว่างแพลตฟอร์ม Social Media ยังคงดำเนินต่อไป ในปี 2018 ด้วย Facebook เป็นผู้นำในกลุ่ม แม้ว่าจะมีปัญหาต่างๆ มากมายเกินขึ้นในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา แต่ Facebook ก็สามารถดึงดูดผู้ใช้งานใหม่มากได้ถึง 38 ล้านคนใน 3 เดือน หรือ 1.7% ต่อไตรมาส ตามหลัง Facebook มาติดๆ ก็คือ YouTube และ Whatsapp ซึ่งครองตำแหน่งที่ 2 และ 3 ได้สำหรับแพลตฟอร์มที่มีคนใช้งานมากที่สุด ความกังวลต่อความปลอดภัยแต่ละประเทศต่างกัน แม้ว่าไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าทำไมแต่ละประเทศถึงมีความกังวลต่อความปลอดภัยต่างกัน รายงานนี้ได้แสดงให้เห็นผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในประเทศสเปนมีความกลัวมากที่สุดว่าข้อมูลส่วนตัวจะรั่วไหล ส่วนเทรนด์สำหรับแอปฯ มือถือในไตรมาสที่ 4 นั้นไม่ได้ต่างจากไตรมาสที่ 3 มากนัก แต่อุตสาหกรรมแอปฯ นั้นมีจำนวนมากขึ้นถึง 29 พันล้านแอปฯ ที่สามารถดาว์นโหลดได้ รายงานนี้ยังแสดงจำนวนเงินประมาณ 20 พันล้านดอลลาร์ที่ถูกใช้บนแอปฯ หรือเมื่อเฉลี่ยออกมาแล้วจะประมาณ 3.70 ดอลลาร์ต่อสมาร์ทโฟนแต่ละเครื่องที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ทั้งหมดทั้งมวลแล้ว เกมบนมือถือเหมือนจะได้รับความนิยมมากที่สุดในหมู่ของผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และมียอดรวมรายได้มากที่สุดอีกด้วย ทางด้านอุปกรณ์ที่ใช้เขื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ในตอนนี้มือถือสมาร์ทโฟนครองส่วนแบ่งมากที่สุดที่ 51.6% ในขณะที่คอมพิวเตอร์ PC และโน้ตบุ๊คนั้นอยู่ลำดับที่ 2 ด้วยส่วนแบ่ง 44.1% แต่เมื่อดูตัวเลขการเปลี่ยนแปลงจะพบว่า คอมพิวเตอร์มีการเติบโตขึ้น 2% แต่มือถือสมาร์ทโฟนนั้นลดลง 1% CR : Brandbuffet #ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่3
07 พ.ย. 2561
โครงการเพื่อพัฒนาสถานประกอบการ   กิจกรรมเพิ่มศักยภาพและยกระดับเทคโนโลยี
โครงการเพื่อพัฒนาสถานประกอบการ กิจกรรมเพิ่มศักยภาพและยกระดับเทคโนโลยี
โครงการเพื่อพัฒนาสถานประกอบการ กิจกรรมเพิ่มศักยภาพและยกระดับเทคโนโลยี สำหรับผู้ประกอบที่อยู่ในพื้นที่ดำเนินการของ ศภ.3 เท่านั้น* พิจิตร,กำแพงเพชร,นครสวรรค์,ชัยนาท,อุทัยธานี,ลพบุรี,สิงห์บุรี, อ่างทอง ด่วนรับจำนวนจำกัด รีบสมัครกันนะครับ สมัครก่อนมีสิทธิ์ก่อนสมัครได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 พ.ย. นี้เท่านั้น สอบถามรายละเอียด หรือ สมัครร่วมกิจกรรม ได้ที่คุณกนก หมอกมืด โทร 085-8395579 #ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่3
06 พ.ย. 2561